กอมฟลีนา

คุณรู้ไหมโอเมก้า 3 ร่างกายผลิตไม่ได้ แต่เป็นสิ่งสำคัญที่ร่างกายขาดไม่ได้

คุณรู้ไหมโอเมก้า 3 ร่างกายผลิตไม่ได้ แต่เป็นสิ่งสำคัญที่ร่างกายขาดไม่ได้

ร่างกายของคนเราเป็นสิ่งมหัศจรรย์ เพราะมีกลไกต่าง ๆ ที่ทำงานอยู่อย่างต่อเนื่อง ขับเคลื่อนให้ร่างกายเกิดมีชีวิตอยู่ได้อย่างน่าประหลาด มีกระบวนการหลายอย่างที่ทำให้ร่างกายสร้างสารที่จำเป็น ก่อกำเนิดเซลล์ และหล่อเลี้ยงอวัยวะต่าง ๆ แต่ก็มีสารอาหารหลายชนิดที่ร่างกายจำเป็นต้องรับเข้ามา และแปรเปลี่ยนให้เป็นองค์ประกอบจำเป็นต่อการดำรงชีวิต หนึ่งในนั้นก็คือ โอเมก้า 3 ซึ่งร่างกายสร้างไม่ได้แต่สำคัญและจำเป็นมาก

ทำความรู้จักกรดไขมันชนิดโอเมก้า 3 (Omega-3 fatty acid)

“โอเมก้า 3” คือ กรดไขมันไม่อิ่มตัวสูง ซึ่งมีองค์ประกอบของ DHA และ EPA  จำเป็นอย่างยิ่งต่อร่างกายเรา และในทางการแพทย์นำมาใช้เป็นส่วนหนึ่งของการบำบัดรักษาคนไข้โรคต่าง ๆ ด้วย เช่น กระบวนการชะลอชราวัย การป้องกันโรคหลอดเลือด โรคมะเร็ง โรคสมอง และนำมาใช้เป็นยารักษาโรคหัวใจได้

ในช่วงกว่า 10 ปีที่ผ่านมา โอเมก้า 3 ยิ่งเพิ่มบทบาทความสำคัญและเป็นที่สนใจมากยิ่งขึ้นในวงกว้าง โดยเฉพาะ DHA ที่มีบทบาทตั้งแต่คนเราอยู่ในครรภ์มารดา  DHA ช่วยให้กระบวนการตั้งครรภ์ และคลอดเป็นปกติสมบูรณ์ เมื่อเป็นทารก DHA ยังเป็นส่วนประกอบที่ใส่ลงในนมผงเสริมสารอาหารให้เด็กทารก และเด็กเล็กทานด้วย

แพทย์ได้มีการวิจัย และพบว่า DHA เป็นกรดไขมันอิ่มตัวที่เป็นองค์ประกอบสำคัญในสมอง และส่วนของเลนส์เรติน่าในดวงตา แต่ที่น่าแปลก คือ เรากลับไม่สามารถสังเคราะห์ได้เองภายในร่างกาย แต่เราสามารถบริโภคให้ร่างกายนำไปสะสมใช้ประโยชน์ได้ แต่ต้องสะสมในปริมาณที่เหมาะสม และประกอบกับระดับคอเลสเตอรอลตัวดีที่มีอย่างสมดุล

 แม้ว่า โอเมก้า 3 จะขึ้นชื่อว่า เป็นกรดไขมัน ซึ่งเมื่อฟังคำว่า ไขมันหลายคนจะรู้สึกว่า เป็นสิ่งไม่ดีและอันตรายต่อสุขภาพ แต่ความจริงแล้วนั้นร่างกายเรายังต้องการไขมัน เพียงแต่จะต้องเลือกไขมันดีซึ่งก็คือ โอเมก้า 3 นี้เอง ในพลังงานที่ร่างกายเราต้องการต่อวันเป็นจำนวน 2000 แคลอรี่นั้น จะต้องมีพลังงานส่วนที่มาจากไขมันรวมอยู่ด้วย แต่ต้องไม่เกิน 30% ของพลังงานที่เราต้องการต่อวัน

เนื่องจาก กรดไขมันโอเมก้า 3 ต้องไปเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนการทำงานของอวัยวะ เช่น ระบบประสาท สมอง ตับ ระบบการมองเห็น คือ ส่วนของเรติน่า และยังเป็นตัวช่วยสำคัญที่จะเข้าไปลดระดับคอเลสเตอรอลในร่างกาย และลดไตรเอธลกลีเซอรอลที่อยู่ในพลาสม่า ตัวนี้จะมีบทบาทกับเกล็ดเลือดโดยเฉพาะ ช่วยให้การสร้างเกล็ดเลือดเป็นไปโดยปกติ เป็นผลดีต่อคนที่เป็นโรคเกี่ยวกับไขมันในเส้นเลือด โรคซึมเศร้า โรคทางเดินหายใจ และโรคหัวใจ

แหล่งที่มาของกรดไขมันชนิดโอเมก้า 3 (Omega-3 fatty acid)

แหล่งที่มาของโอเมก้า 3 จะมาจากปลาทุกชนิด โดยเฉพาะปลาน้ำเค็ม และดีที่สุด คือ ปลาที่อาศัยใต้ท้องทะเลลึก เช่น ปลาแมคคาเรล ปลาแซลมอน ส่วนที่เป็นโฮเมก้า 3 ก็คือ ส่วนที่นำมาสกัดเอาไขมันของปลามาทำเป็น น้ำมันปลา ซึ่งใช้ได้ทั้งเนื้อปลา ไส้ปลา หนังปลา ยกเว้นกระดูกของปลา นั่นเอง นอกจากนั้น ในพืชบางชนิดก็พบว่า มีโอเมก้า 3 ด้วยเช่นกัน อย่าง ถั่วเหลือง ข้าวโพด เมล็ดทานตะวัน และ งา ซึ่งหากจะว่าไปแล้วนั้นเป็นแหล่งวัตถุดิบที่คนเรานำมาทำอาหารในแต่ละมื้ออยู่แล้ว แต่ปริมาณการรับประทานเหล่านี้จะได้รับโอเมก้า 3 เพียงพอหรือไม่ ขึ้นอยู่กับไลฟ์สไตล์ของแต่ละคน แต่ถ้าใครที่ไม่แน่ใจว่า จะได้รับโอเมก้า 3 เพียงพอหรือไม่ ก็ยังหาได้จากการรับประทานอาหารเสริมที่มีโอเมก้า 3 ก็ย่อมได้

กรดไขมันชนิดโอเมก้า 3 (Omega-3 fatty acid) มีประโยชน์อย่างไร

  • ช่วยเข้าไปทำการควบคุมปริมาณของไตรกลีเซอร์ไรด์ในเลือด

ไตรกลีเซอร์ไรด์นั้น ถ้ามีอยู่ในร่างกายเป็นปริมาณมากก็จะส่งผลให้เกิดโรคต่าง ๆ มากมาย เป็นผลเสียต่อร่างกาย โดยเฉพาะในผู้ใหญ่วัยกลางคนไปจนถึงวัยสูงอายุ ในการตรวจร่างกายประจำปี จะมีการรายงานระดับของไตรกลีเซอร์ไรด์ด้วยทุกครั้ง ร่างกายของเราควรมีไตรกลีเซอร์ไรด์อยู่บ้าง แต่ต้องมีในระดับพอดีและสมดุลด้วย

  • ช่วยลดอาการความดันสูง

โอเมก้า 3 จะเข้าไปช่วยลดการสะสมของไขมันที่เกาะตามผนังเส้นเลือด ทำให้ท่อทางเดินของเลือดปลอดโปร่ง เลือดจึงสูบฉีดด้วยแรงดันปกติ ลดอาการสำหรับคนที่เป็นความดันโลหิตสูงได้ และป้องกันความเสี่ยงของเส้นเลือดอุดตัน รวมไปถึงโรคหัวใจ ซึ่งโอเมก้า 3 จะช่วยล้างเส้นเลือดที่อยู่บริเวณหัวใจให้สะอาด ไม่อุดตัน และป้องกันโรคอัมพฤกษ์ อัมพาต เลือดไม่หนืดเหนียว ไหลเวียนได้อย่างเป็นระบบปกติคล่องตัว

  • ช่วยควบคุมอาการอักเสบ

ทั้งการอักเสบ บวมและปวด ของอวัยวะส่วนต่าง ๆ และลดอาการปวดอักเสบของข้อ ซึ่งเป็นสาเหตุของโรครูมาตอยด์ได้

  • ช่วยดูแลสมองและดวงตา

เพราะกรดไขมัน DHA จะทำหน้าที่เสริมสร้างให้สมองทำงานได้ดีและเป็นส่วนประกอบสำคัญของเรติน่าในดวงตา

กรดไขมันชนิดโอเมก้า-3 (Omega-3 fatty acid) ทำงานอย่างไร ?

กรดไขมัน EPA เป็นสารตั้งต้นในการผลิตสารหลาย ๆ ตัวที่สำคัญ เป็นองค์ประกอบของการป้องกันการจับตัวกันของพลาสม่าในเลือด ทำให้ลดการเกิดลิ่มเลือดในบริเวณต่าง ๆ ของร่างกาย โอเมก้า 3 ยังเป็นเสมือนน้ำหล่อลื่นเซลล์ ทำให้ผนังเซลล์ไม่ฝืด ไขมันตัวเลวก็จะลดลง เพราะไม่สามารถไปเกาะที่ผนังหลอดเลือดได้ หรือเกาะได้ยากขึ้น จากการทำงานด้วยวิธีนี้ของโอเมก้า 3 จะเห็นได้ว่า ช่วยป้องกันโรคเกี่ยวกับหลอดเลือดและโรคหัวใจ ซึ่งเป็นจุดหลักของสุขภาพที่ดี เนื่องจากหลอดเลือด คือ โครงข่ายบำรุงลำเลียงอาหารสู่อวัยวะทุกส่วน โดยมีหัวใจคอยสูบฉีดให้

การทำงานของโอเมก้า 3 เกี่ยวกับโรคข้ออักเสบ ตัวกรด EPA จะเข้าไปขัดขวางการสร้างสารที่ก่อให้เกิดการอักเสบ อีกทั้งเข้าไปลดอัตราการหลั่งของเกล็ดเลือด ทำให้โอกาสที่จะเกิดเกล็ดเลือดแข็งตัว หรือเกาะกลุ่มอุดตันนั้นลดน้อยลงด้วย ลดการบีบตัวของเส้นเลือด เป็นผลพลอยได้ของร่างกายที่จะลดโอกาสการเป็นไมเกรน ดังที่หลายคนคงเคยได้ยินว่า คนเป็นไมเกรนนั้นแพทย์แนะนำให้กินอาหารที่มีโอเมก้า 3 นั่นเอง

ความสำคัญของกรดไขมันโอเมก้า 3 สำหรับร่างกายคนแต่ละวัย

1. ความสำคัญสำหรับผู้ใหญ่และผู้สูงอายุ

คือ จะเข้าไปช่วยลดระดับไตรกลีเซอไรด์ในเลือด ลดความเสี่ยงในโรคหัวใจขาดเลือด ดังที่ได้กล่าวไปถึงการทำงานและประโยชน์ของโอเมก้า 3 ก่อนหน้านี้นั่นเอง คนในวัยผู้ใหญ่จึงเหมาะที่จะหาอาหารเสริมประเภท น้ำมันปลา หรือน้ำมันงามารับประทาน

2. ความสำคัญสำหรับสตรีมีครรภ์

ช่วงตั้งครรภ์นั้น ทางการแพทย์แท้จริงจะถือว่า มารดาตั้งครรภ์และลูกน้อยอยู่ในความเสี่ยงทุกช่วงเวลา ทุกการตั้งครรภ์นั้นมีความเสี่ยงต่อชีวิตทั้งแม่และเด็ก โอเมก้า 3 มีความสำคัญที่จะเข้าไปช่วยให้การตั้งครรภ์สมบูรณ์ด้วยดี เริ่มตั้งแต่ช่วยเสริมสร้างพัฒนาระบบสมองทารก ระบบประสาทตา และช่วยเสริมสร้างร่างกายของแม่เองให้แข็งแรง หลอดเลือดยืดหยุ่นตัวดี ไม่เสี่ยงต่อโรคต่าง ๆ ตลอดช่วงเวลาตั้งครรภ์และคลอดบุตร

3. ความสำคัญสำหรับวัยเด็กและวัยรุ่น

โฮเมก้า 3 เป็นของขวัญสำหรับชีวิตในวัยเด็ก เพราะเป็นตัวเสริมสร้างพัฒนาการของสมอง สมาธิ ความจำ ทักษะต่าง ๆ ทำให้กล้ามเนื้อและกระดูกแข็งแรง ปรับสมดุลของฮอร์โมนในวัยรุ่น และลดความเสี่ยงจากโรคซึมเศร้า

จะเห็นได้ว่า กรดไขมันชนิดโอเมก้า-3 (Omega-3 fatty acid) นั้นเป็นสาระสำคัญที่จำเป็นจริง ๆ สำหรับทุกคน ทุกเพศทุกวัย แต่กลับเป็นสารที่ร่างกายสร้างเองไม่ได้ อาหารหลัก 5 หมู่ที่เราทุกคนควรจะบริโภคให้ครบ ในหมู่ที่เป็นโปรตีนและไขมันก็รวมโอเมก้า 3 เข้าไว้ในนั้นด้วย แต่เมื่อเราแยกประโยชน์ของโอเมก้า 3 ออกมาให้เห็นชัดเจนแล้ว ในการรับประทานอาหารมื้อต่อ ๆ ไปคงต้องสังเกตว่า เราได้รับโอเมก้า 3 สู่ร่างกายด้วยหรือไม่ หากใครที่ไม่ค่อยได้รับประทานโอเมก้า 3 อาจจะเลือกรับโอเมก้า 3 ได้จากอาหารเสริม เช่น น้ำมันปลา น้ำมันงาเพิ่มขึ้นก็ดีไม่น้อยเช่นกัน

แต่หากใครที่รู้สึกว่า การรับประทานอาหารให้ได้สารอาหารชนิดนี้ เป็นเรื่องยาก โดยเฉพาะชาวออฟฟิศที่มักจะไม่ค่อยมีเวลาในการทำอาหาร การเลือกรับประทานอาหารเสริมอย่างผลิตภัณฑ์ แอสต้าแซนธิน พลัส และ คอลลาเซซามี่ ก็จะช่วยให้ได้รับสารอาหารที่ครบถ้วนมากยิ่งขึ้น แถมยังได้รับประโยชน์อีกมากมายกับร่างกาย

ลดอาการเมื่อยล้าของสายตากลางแสงแดด โดยช่วยป้องกันดวงตาจากรังสีอัสตร้าไวโอเลต
บรรเทาอาการปวดเมื่อยตามร่างกาย
Shopping cart