กอมฟลีนา

ทำความรู้จักโรคเบาหวาน ภัยร้ายที่อยู่ใกล้คุณตลอดเวลา

ทำความรู้จักโรคเบาหวาน ภัยร้ายที่อยู่ใกล้คุณตลอดเวลา

ใครที่เป็นสายหวาน ชอบกินอะไรหวาน ๆ ดื่มเครื่องดื่มที่ผสมน้ำตาลเป็นประจำ แถมไม่ออกกำลังกาย ระวังเสี่ยงโรคเบาหวานแบบไม่รู้ตัว เพราะนี่คือ โรคยอดฮิตของคนไทย และจัดเป็นโรคที่คนไม่อยากเป็นมากที่สุด เพราะทำให้การใช้ชีวิตต้องเปลี่ยนไป ทั้งยังส่งผลเสียต่อร่างกายหลายด้าน อีกทั้งยังรักษาไม่หาย ต้องดูแลรักษากันไปยาว ๆ ใครที่รู้ตัวว่า มีความเสี่ยงจะเป็นเบาหวาน ลองปรับพฤติกรรมใหม่ไปพร้อมกับเรา

เบาหวาน คืออะไร

หลายคนทราบดีว่า เบาหวาน ไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ และปัจจัยในการเป็น นอกจากพันธุกรรม ก็มาจากการดูแลตัวเองไม่ดี เช่น การเร่งรีบกินอาหารไม่ได้สนใจโภชนาการ , ไม่ค่อยได้ออกกำลังกาย และมีความเครียด ก็จะส่งผลให้มีความเสี่ยงต่อการเป็นโรคเบาหวานมากกว่าคนที่ดูแลสุขภาพที่ต้องเรียก เบาหวาน เพราะมีน้ำตาลกลูโคส ออกมาในปัสสาวะ เนื่องจาก มีน้ำตาลในเลือดมาก จากร่างกายที่ไม่สามารถใช้น้ำตาลได้ปกติ เพราะมีอินซูลินไม่เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย เมื่อขาดอินซูลินก็ทำให้ระดับน้ำตาลสูงขึ้น ส่งผลให้ผู้ป่วยเบาหวานติดเชื้อต่าง ๆ ได้ง่ายขึ้น และทำให้แผลหายช้า อีกทั้งมีภาวะความดันโลหิตสูง ที่จัดเป็นโรคแทรกซ้อนของเบาหวาน อาจทำให้เกิดความพิการหรือเสียชีวิตได้

บาหวานที่พบบ่อย มี 2 ชนิด 

  1. เบาหวานชนิดที่ 1 เกิดจากเซลล์สร้างอินซูลินในตับอ่อนถูกทำลาย โดยไม่ทราบสาเหตุ ทำให้สร้างอินซูลินได้น้อย หรือไม่ได้เลย พบได้ในคนอายน้อยกว่า 30 รูปร่างไม่อ้วน มีการปัสสาวะมาก กระหายน้ำ ดื่มน้ำมาก และน้ำหนักลด มีความอ่อนเพลีย อาจพบสารคีโตนในปัสสาวะ หรือมีภาวะเลือดเป็นกรดจากสารคีโตน
  2. เบาหวานชนิดที่ 2 ต่อด้วยเบาหวานชนิดที่ 2 เกิดจากตับอ่อนผลิตอินซูลินไม่เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย หรือที่เรียกว่า  “ภาวะดื้ออินซูลิน” เป็นเบาหวานที่พบได้ส่วนใหญ่ ประมาณร้อยละ 95 ของผู้ป่วยโรคเบาหวานทั้งหมด พบได้ในคนอายุ 30 ปีขึ้นไป มีรูปร่างที่ท้วมหรืออ้วน ไม่มีอาการผิดปกติ หรือมีอาการ เช่น ปัสสาวะมาก , กระหายน้ำ ดื่มน้ำมาก แต่อาการจะไม่รุนแรงมักมีประวัติโรคเบาหวานชนิดที่ 2 ใน พ่อ แม่ หรือพี่ น้อง อาจพบลักษณะอื่นของภาวะดื้ออินซูลิน

สำหรับเบาหวานชนิดที่ 1 ไม่สามารถป้องกันได้ แต่เบาหวานชนิดที่ 2 สามารถป้องกันได้ ด้วยการปรับการรับประทานอาหารที่เหมาะสม และออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ

ทำความรู้จักโรคเบาหวาน ภัยร้ายที่อยู่ใกล้คุณตลอดเวลา

สาเหตุของการเกิดโรคเบาหวาน

ปัจจัยที่ทำให้เป็นโรคเบาหวาน มีหลายสาเหตุ ดังนี้

  • พันธุกรรม ผู้ที่เป็นเบาหวานมักมีประวัติครอบครัวเป็นเบาหวาน ได้แก่ บิดา มารดา หรือพี่น้อง
  • ความอ้วน ร่างกายอ้วนขึ้น ในผู้ชาย รอบเอวมากกว่า 90 ซม.และในผู้หญิงรอบเอวมากกว่า 80 ซม. และไม่ออกกำลังกาย
  • อายุที่เพิ่มขึ้นมากขึ้น โดยเฉพาะผู้ที่อายุมากกว่า 40 ปี
  • สาเหตุอื่น ๆ ได้แก่ การทานยาประเภทสเตียรอยด์ , ตับอักเสบเรื้อรัง , พิษสุราเรื้อรัง และการตั้งครรภ์บ่อยหรือมีลูกมากเกินไป

อาการสำคัญของโรคเบาหวาน

ลักษณะอาการที่สำคัญของโรคเบาหวาน มีดังนี้

  • กระหายน้ำบ่อย เนื่องจาก ต้องทดแทนน้ำที่ถูกขับออกทางปัสสาวะ
  • กินจุ หิวเก่ง แต่น้ำหนักลด น้ำหนักลดเกิดเนื่องจากร่างกายไม่สามารถใช้น้ำตาล จึงใช้พลังงานจากการสลายไขมันและโปรตีนจากกล้ามเนื้อ
  • มีอาการอ่อนเพลีย
  • ถ่ายปัสสาวะจำนวนมากและบ่อยครั้ง และอาจพบว่า ปัสสาวะมีมดตอม
  • ติดเชื้อง่าย เช่น เป็นแผล ฝี ง่ายแต่หายยาก
  • คันตามผิวหนัง มีการติดเชื้อรา โดยเฉพาะอย่างยิ่งบริเวณช่องคลอดของผู้หญิง
  • เห็นภาพไม่ชัด ตาพร่ามัว
  • ชาไม่มีความรู้สึก หย่อนสมรรถภาพทางเพศ เนื่องจาก น้ำตาลสูงนาน ๆ ทำให้เส้นประสาทเสื่อมเกิดแผลที่เท้าได้ง่ายเพราะไม่รู้สึก

การปฏิบัติตัวเพื่อป้องกันโรคเบาหวาน

วิธีการป้องกันและยับยั้งความเสี่ยงในการเป็นโรคเบาหวาน มีดังนี้

1.การรับประทานอาหาร

เลือกทานอาหารที่เหมาะสม และครบ 5 หมู่ เพื่อสร้างสมดุลของสารอาหารในร่างกาย และเลือกอาหารที่รสไม่จัด ลดการรับประทานอาหารที่มีรสชาติหวาน มัน เค็มลง เพิ่มรับประทานผักและผลไม้ที่รสไม่หวาน อีกทั้ง ปรุงอาหารด้วยวิธีต้ม ตุ๋น นิ่ง อบ ยำ และผัดที่ไม่มันมากกว่าการทอด ควรลดอาหารมัน เช่น ของทอด ของมัน ขาหมู หมูสามชั้น อาหารหรือขนมที่ใส่กะทิ ชิมก่อนเติมเครื่องปรุง ลดการซื้อขนมหวานและขนมกรุบกรอบเก็บไว้ที่บ้าน ข้อนี้สำคัญมาก ควรนรับประทาน ผัก 3-5 ส่วน/วัน ได้แก่ ผักสด 3-5 ทัพพี/วัน หรือผักสุก 9 ช้อนโต๊ะ/วัน และรับประทานผลไม้ 2-4 ส่วน/วัน (ผลไม้ขนาดกลาง เช่น ส้ม กล้วย แอปเปิ้ล 1 ผล เท่ากับ 1 ส่วน)

ทำความรู้จักโรคเบาหวาน ภัยร้ายที่อยู่ใกล้คุณตลอดเวลา

2.การออกกำลังกายเป็นประจำ

ควรออกกำลังกายเป็นประจำ และสม่ำเสมอ อย่างน้อยวันละ 30 นาที 5 วันต่อสัปดาห์ อีกทั้งขยับตัวให้มากขึ้น พยายามเดินในระยะทางที่ใกล้ เพื่อช่วยให้ร่างกายได้เคลื่อนไหว เพื่อเสริมภูมิคุ้มกันให้ร่างกาย

3.การควบคุมน้ำหนักตัวที่เหมาะสม 

นอกจากออกกำลังกายทุกวัน ควรควบคุมน้ำหนักตัวให้อยู่ตามเกณฑ์ที่เหมาะสม ดัชนีมวลกายไม่เกิน 23 กิโลรัม / ตารางเมตร ส่วนรอบเอวชาย น้อยกว่า 90 เซนติเมตร และผู้หญิง น้อยกว่า 80 เซนติเมตร

4.การดูแลจิตใจและอารมณ์ 

ลองทำทำจิตใจให้สบาย ผ่อนคลายความเครียด และทำใจเรื่องของการควบคุมตนเองในการรับประทานอาหารและออกกำลังกาย ไม่เลือกกินตามใจปากอีกต่อไป นอกจากนี้ ควรดูแลเรื่องจิตใจให้มากขึ้น ฝึกสมาธิ และมุ่งมั่นกับการดูแลสุขภาพร่างกาย เพื่อจะได้ไม่ต้องกลับไปสู่วงจรทำลายสุขภาพอีก

5.ตรวจสุขภาพทุกปี

ตรวจสุขภาพประจำปีในผู้ที่มีอายุ 35 ปีขึ้นไป ควรไปรับการตรวจสุขภาพสม่ำเสมอ ปีละ 1 ครั้ง เพื่อเช็กร่างกายแต่ละส่วน ว่าปกติ หรือมีความผิดปกติแต่อย่างใด เพื่อช่วยให้คุณเตรียมรับมือต่อโรคต่าง ๆ ได้ทันนั่นเอง

6.ควบคุมความดันโลหิต

เพื่อให้ความดันในร่างกาย ทำงานได้อย่างปกติ

แนวการรักษาโรคเบาหวาน

การดูแลเบื้องต้นสำหรับผู้ที่เป็นโรคเบาหวาน มีดังนี้

1.เริ่มจากควบคุมอาหาร และออกกำลังกายให้มากขึ้น

2.ถ้าคุมอาหารและออกกำลังกายไม่ได้ผล อาจต้องใช้ยารักษาเบาหวาน

3.ไปรับการตรวจตามนัดทุกครั้ง แต่หากมีความผิดปกติเกิดขึ้น ควรไปตรวจที่โรงพยาบาล

4.ควรหมั่นดูแลรักษาเท้าเป็นพิเศษ ระวังอย่าให้เกิดบาดแผลหรือการอักเสบ

ช่วยกระตุ้นการทำงานของอินซูลิน จึงทำให้เบาหวานชนิดที่ 2 มีอาการดีขึ้น ช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดให้เป็นปกติ และยังป้องกันไม่ให้เกิดอาการแทรกซ้อน

หากดูแลและควบคุมอาหารเบาหวานแล้ว แต่ยังไม่ดีขึ้น อาจหาตัวช่วยในการดูแลร่างกาย อย่าง “น้ำมันรำข้าว กอมฟลีนา” ที่ช่วยป้องกันโรคเบาหวาน และลดระดับน้ำตาลในเลือด พร้อมช่วยเสริมภูมิคุ้มกันให้ร่างกาย อีกทั้งลดความเครียด ทำให้คุณรู้สึกผ่อนคลาย นอนหลับได้ดีมากขึ้น เป็นอาหารเสริมเพื่อสุขภาพ ที่ต้องมีติดบ้านไว้อย่างแท้จริง

Shopping cart