กอมฟลีนา

น้ำมันงา ไอเทมลับเพื่อสุขภาพ ต้านสารอนุมูลอิสระ ลดอาการปวดในร่างกาย

น้ำมันงา ไอเทมลับเพื่อสุขภาพ ต้านสารอนุมูลอิสระ ลดอาการปวดในร่างกาย

“งา” หรือ “เมล็ดงา” จัดเป็นพืชที่มีคุณประโยชน์มากมาย หากรับประทานเป็นประจำ จะช่วยให้สุขภาพแข็งแรง และบำรุงสารอาหารที่ดี ๆ แก่ร่างกาย อีกทั้งอุดมไปด้วยวิตามินและแร่ธาตุหลายชนิด เช่น แคลเซี่ยม โพแทสเซียม โซเดียม ฟอสฟอรัส สังกะสี เหล็ก เป็นต้น นอกจากนี้ ยังช่วยบำรุงได้ทุกส่วนของร่างกาย ตั้งแต่ ระบบขับถ่าย กระดูก หัวใจ ดูแลได้ทุกเพศทุกวัย ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ที่กำลังเข้าสู่วัยทอง รวมถึงผู้สูงวัยที่ต้องการสารอาหารดีๆ เช่นเดียวกัน

งาเกิดมานานหลายพันปี

งา เป็นพืชอาหารที่มนุษย์ปลูก และบริโภคมานานกว่า 4,000 ปี มีทั้งในรูปแบบเมล็ด และน้ำมันงา สำหรับประเทศไทย

งา จัดเป็นพืชไรที่มีศักยภาพชนิดหนึ่ง โดยเกษตรกรจะปลูกงาก่อน หรือหลังการเก็บเกี่ยวพืชไร่หลัก

งา จึงปลูกเพื่อเป็นพืชเสริมรายได้ให้กับเกษตรกร เพราะใช้เงินลงทุนต่ำ แต่ได้ผลตอบแทนที่สูง

คุณค่าทางอาหารของงา

งา จัดเป็นพืชขนาดเล็ก มีรสชาติมันและมีกลิ่นหอม พร้อมให้คุณค่าทางอาหารที่สูงมาก โดย “เมล็ดงา”จะมีไขมันประมาณร้อยละ 35-57 โปรตีนร้อยละ 19-25 และมีกรดอะมิโนที่จำเป็นต่อร่างกาย 2 ชนิด ได้แก่ กรดเมทไธโอนินและทริโตแฟน ซึ่งจำเป็นต่อสุขภาพ ในขณะที่พืชส่วนใหญ่มีน้อย หรือไม่มีเลย อีกทั้ง เมล็ดงา ยังอุดมไปด้วยสารอาหารต่าง ๆ มากมาย ทั้ง เส้นใยอาหาร แคลเซียม ฟอสฟอรัส เหล็ก โซเดียม โปแตสเซียม วิตามินบี1 บี2 และไนอาซิน เป็นต้น

โดย งา มีกรดไขมันที่ไม่อิ่มตัวสูง ประมาณร้อยละ 85 แบ่งเป็น กรดโอเลอิคและกรดลิโนเลอิค ปริมาณ วิตามินอี ในงาจะอยู่ในรูปแกมม่าโทโคฟีรอล ประมาณ 300-800 ppm. และวิตามินอีจะมีคุณค่าทางอาหารสูง รวมทั้งมีคุณสมบัติเป็นสารกันหืนตามธรรมชาติ สำหรับวิตามินในรูปของสารโทโค-ฟีรอล โดยเฉพาะแกมม่า-โทโคฟีรอล จะมีอยู่ในน้ำมันงาสูงกว่าโทโคฟีรอลในรูปแบบอื่น ๆ เช่น แอลฟา-โทโคฟีรอล บีต้า-โทโคฟีรอล และเดลต้า-โทโคฟีรอล ซึ่งวิตามินอีจะช่วยให้ร่างกายมีภูมิคุ้มกันต่อโรคสูง โดยเฉพาะการป้องกันการเกิดโรคมะเร็ง

สารต้านอนุมูลอิสระในเมล็ดงา

อนุมูลอิสระในร่างกาย ถูกสร้างขึ้นมาจากกระบวนการเมแทบอลิซึมของร่างกาย และในภาวะที่ผิดปกติ เช่น ภาวะของโรค หรือร่างกายที่แวดล้อมด้วยมลพิษ ส่งผลให้ร่างกายเกิดการสะสมของอนุมูลอิสระเพิ่มมากขึ้น ร่างกายจึงจำเป็นที่จะต้องหาทางป้องกันตัวเองจากการทำลายอนุมูลอิสระเหล่านั้น และสิ่งที่ร่างกายสร้างขึ้นมา คือ ระบบต้านอนุมูลอิสระ หรือแอนตี้ออกซิแดนท์ ประกอบไปด้วย สารหรือเอนไซม์ต่าง ๆ ในร่างกาย โดยภายในร่างกายจะมีกลไกที่กำจัดสารเหล่านี้อยู่ 2 วิธี คือ ใช้เอนไซม์ต่าง ๆ ในร่างกาย เช่น Superoxide dismultase (SOD) และไม่ใช้เอนไซม์ แต่ใช้วิตามินอี เบต้าคาโรทีน และวิตามินซี ซึ่งแม้มีความเข้มข้นต่ำ แต่ยังสามารถชะลอ หรือป้องกันปฏิกิริยาออกซิเดชั่นของสาร (substrate) ที่ไวต่อการเกิดปฏิกิริยาโดยสาร (substrate) ดังกล่าวจะหมายรวมถึงสารเกือบทุกชนิดในร่างกาย เช่น โปรตีน ไขมัน คาร์โบไฮเดรต ดีเอ็นเอ

ข้อควรระวัง

มีบางภาวะที่ปริมาณอนุมูลอิสระมีมากเกินกว่าที่ระบบแอนตี้ออกซิแดนท์ จะจัดการได้หมด ทำให้เกิดภาวะที่เรียกว่า oxidative stress ขึ้นมาและจะส่งผลกระทบต่าง ๆ ต่อเซลล์สิ่งมีชีวิต เช่น การเกิดปฏิกิริยาออกซิเดชั่นของดีเอ็นเอ โปรตีน คาร์โบไฮเดรต และการทำลายของกลุ่มโมเลกุลที่มีพันธะ s-h และเยื่อหุ้มเซลล์ ส่งผลให้เกิดผลเสียต่อเซลล์ และทำลายเซลล์ได้ เป็นสาเหตุหลักของความแก่ และรุนแรงไปถึงโรคร้ายต่างๆ เช่น เส้นเลือดตีบ โรคเกี่ยวกับภูมิคุ้มกัน โรคที่เกิดจากการที่เลือดกลับไปเลี้ยงอวัยวะที่เคยมีการตีบตันของเส้นเลือดในระยะสั้น ๆ มาก่อน รวมไปถึงมะเร็งเป็นต้น

การป้องกันที่ถูกต้อง

แม้ร่างกายจะมีกลไกที่กำจัดอนุมูลอิสระได้ แต่เอนไซม์ที่ใช้กำจัดอนุมูลอิสระ มีปริมาณจำกัด แต่เราสามารถทานอาหารเสริมได้ เช่น วิตามินอี วิตามินซี เบต้าคาโรทีน ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ อีกทั้งในปัจจุบัน มีงานวิจัยที่พบว่า การทานผักและผลไม้ จะสามารถลดความเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็ง และผักผลไม้ยังมีกากใยที่ช่วยลดความเสี่ยงในการเป็นมะเร็งลำไส้ รวมถึงกลไกทางด้านต้านอนุมูลอิสระ ก็เป็นอีกหนึ่งสาเหตุของโรคมะเร็ง แต่ผลงานวิจัยบอกว่า ผักและผลไม้จะลดความเสี่ยงต่อมะเร็งกระเพาะอาหารได้ 5.5 เท่า

งาช่วยต้านสารอนุมูลอิสระได้

งา คือ อาหารสุขภาพที่เต็มไปด้วยคุณค่าทางอาหาร ใน “เมล็ดงา” มีสารประกอบฟีโนลิคชนิดหนึ่ง ที่อยู่ในกลุ่มของลิกแนน สามารถเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ หรือแอนติออกซิแนท์ที่สำคัญ เช่น เซซามิน เซซาโมลิน รวมทั้งเซซามอล และเซซามินอลที่เกิดจากการแตกตัวหรือเปลี่ยนรูปของเซซาโมลิน เมื่อผ่านการอบในอุณหภูมิที่เหมาะสม และใน “น้ำมันงา ยังมี วิตามินอี ในรูปของแกมมา-โทโคฟีรอลสูงกว่าพืชชนิดอื่น ลิกแนนในงาเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย พร้อมช่วยชะลอความแก่ และลดระดับคอเลสเตอรอล อีกทั้งป้องกันอัตราเสี่ยงในการเป็นมะเร็ง นอกจากนี้ ยังมีงานทดลองในมนุษย์และสัตว์ พบว่า เซซามินในงา มีบทบาทในการต้านสารอนุมูลอิสระ สารต้านมะเร็ง และลดความดันโลหิตได้

ประโยชน์ของน้ำมันงา

1.ประกอบอาหารเพื่อสุขภาพได้

น้ำมันงา สามารถนำมาทำเป็น น้ำสลัด ยำต่าง ๆ หรือหมักกับเนื้อสัตว์ได้ แต่สำหรับคนที่ไม่ชอบทำอาหาร ก็มีการนำเมล็ดงามาสกัดในรูปแบบของแคปซูล เพื่อความสะดวกในการรับประทาน และได้รับสารอาหารที่ตอบโจทย์กว่า นอกจากนี้ ในน้ำมันงายังอุดมไปด้วยสาอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย โดยเฉพาะไขมันชนิดไม่อิ่มตัว และสารต้านอนุมูลอิสระ เช่น เซซามิน เซซาโมลิน และวิตามินอี

2.บำรุงกระดูกและข้อ

มีงานวิจัย พบว่า สารต้านอนุมูลอิสระใน น้ำมันงาช่วยลดการเสื่อมสลายของเซลล์กระดูกอ่อน และลดกระบวนการอักเสบของกระดูกและข้อต่อ พบได้ในโรคข้อเสื่อม และโรครูมาตอยด์ เป็นความเสี่ยงที่มักเกิดกับผู้สูงวัย ยิ่งผู้สูงอายุที่ชอบทำกิจกรรม เช่น ทำงานบ้าน หรือออกไปเดินเล่น ก็มีความเสี่ยงที่กระดูกและกล้ามเนื้อจะมีอาการปวด ซึ่งน้ำมันงาจะช่วยลดการอักเสบของข้อต่อ พร้อมยับยั้งอาการปวดตามข้อได้

3.บำรุงหลอดเลือดและหัวใจ

ใน น้ำมันงามีกรดไขมันชนิดไม่อิ่มตัวในปริมาณสูง มีคุณสมบัติต้านการอักเสบ และช่วยลดการสะสมตัวของไขมันบริเวณหลอดเลือดในร่างกาย ชะลอการเกิดภาวะหลอดเลือดอุดตัน ที่เป็นตัวการร้ายก่อให้เกิดโรคหัวใจนั่นเอง อีกทั้ง น้ำมันงาจะช่วยบำรุงเลือดและหัวใจให้แข็งแรงมากยิ่งขึ้น ใครที่มีปัญหาเกี่ยวกับหัวใจ แนะนำให้ทานงาในปริมาณที่เหมาะสม เพื่อช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรคต่างๆ ได้

4.ลดความเสี่ยงในการเกิดมะเร็ง

หลายคนทราบดีว่า “อนุมูลอิสระ” เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้เกิดโรคมะเร็ง ดังนั้น การทานอาหารที่มีสารต้านอนุมูลอิสระจะช่วยป้องกันและยับยั้งความเสี่ยงในการเกิดโรคมะเร็งได้ โดยใน น้ำมันงา จะมีสารเซซามิน (sesamin) เซซาโมลิน (sesamolin) และวิตามินอี ที่เป็นสารต้านอนุมูลอิสระในปริมาณที่สูง พร้อมช่วยปกป้องร่างกายจากเซลล์มะเร็ง แต่ทั้งนี้ น้ำมันงาควรรับประทานในปริมาณที่เหมาะสม เพื่อให้ร่างกายได้รับสารอาหารที่เพียงพอ พร้อมทั้งออกกำลังกาย และพักผ่อนให้เพียงพอ จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ ทำให้ระบบต่างๆ ในร่างกายทำงานได้ดีขึ้น

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารคอลลาเซซามี่

ใครที่ไม่ชอบงา อาจต้องเปลี่ยนความคิดใหม่! เพราะนี่คือ สารอาหารสำคัญ ที่ช่วยบำรุงร่างกายได้ทั้งภายใน และภายนอก พร้อมลดความเสี่ยงในการเกิดโรคร้ายต่าง ๆ จะวัยเด็ก วัยทำงาน หรือผู้สูงวัย การทานงา หรือน้ำมันงา จะช่วยบำรุงร่างกายได้อย่างแน่นอน แต่ถ้ามองหาตัวช่วยดีๆ เราขอแนะนำ“น้ำมันงาคอลลาเซซามี่” ผสมคอลลาเจนไทป์ทู นำเข้าจากประเทศสหรัฐฯ อเมริกา ช่วยลดการอักเสบของข้อ และเพิ่มน้ำหล่อเลี้ยงในข้อ พร้อมมีสารต้านอนุมูลอิสระที่จำเป็นต่อร่างกาย ลดการอับเสบของกระดูกและข้อต่อ พร้อมช่วยให้ร่างกายแข็งแรงมากยิ่งขึ้น สินค้าได้มาตรฐาน ไม่มีผลข้างเคียง 100% ตัวช่วยดูแลสุขภาพที่คุณไม่ควรพลาด

PHP Code Snippets Powered By : XYZScripts.com
Shopping cart