กอมฟลีนา

น้ำมันปลา ของขวัญจากธรรมชาติสำหรับป้องกันและบำรุงโรคหัวใจ

โรคหัวใจ” คำนี้เมื่อได้ฟังก็ทำให้รู้สึกหวาดวิตก โดยเฉพาะในกลุ่มคนในวัยกลางคนและผู้สูงอายุ เพราะโรคหัวใจนับเป็นภัยเงียบที่คร่าชีวิตผู้คนทั้งแบบรู้ตัวและแบบไม่ทันรู้ตัว คนไทยเราเสียชีวิตด้วยโรคหัวใจปีละกว่า 37,000 ราย หรือเฉลี่ย 2 คนในทุก ๆ ชั่วโมง แต่ข่าวดีก็คือ เรามีตัวช่วยที่ดีอย่าง “น้ำมันปลา” เป็นของขวัญจากสวรรค์ช่วยป้องกันและรักษาโรคหัวใจได้ จะด้วยเหตุผลและองค์ประกอบใด เรามารู้จักน้ำมันปลาให้มากขึ้นด้วยกัน

น้ำมันจากปลาคืออะไร นำมาจากส่วนไหนของปลา ?

หลายคนอาจจะยังสงสัยว่า น้ำมันจากปลา คือ ส่วนไหนของปลา ความจริงแล้ว น้ำมันที่ได้จากปลานั้นมาจากการสกัดน้ำมันออกมาจากส่วนต่าง ๆ ของตัวปลา ไม่ว่าจะเป็นเนื้อปลา พุงปลา หัวปลา หรือหางปลา เรียกได้ว่า เกือบทุกส่วนของตัวปลา จะสามารถสกัดเอาน้ำมันออกมาได้ ปลาที่นิยมนำมาสกัดจะเป็นปลาทะเล หรือปลาน้ำเค็มมากกว่าปลาน้ำจืด เนื่องจากมีสารที่มีประโยชน์มากกว่า เช่น ปลาแองโชวี่ ปลาแมคคาเรล ปลาแฮริ่ง ปลาทูน่า และปลาเมนฮาเดน ซึ่งพวกมันเป็นปลาที่อาศัยในมหาสมุทรแอตแลนติก

ความแตกต่างของน้ำมันจากพืช น้ำมันจากสัตว์อื่น และ ประโยชน์ของน้ำมันจากปลา

แม้ว่าจะถูกเรียกว่า น้ำมันเหมือนกัน แต่น้ำมันจากพืช น้ำมันจากสัตว์ชนิดอื่น เช่น น้ำมันหมู ก็มีความแตกต่างจากน้ำมันที่ได้จากปลา เพราะน้ำมันจากปลามีองค์ประกอบทางเคมีที่ซับซ้อนกว่าแหล่งน้ำมันชนิดอื่น แต่มีโครงสร้างที่ย่อยง่ายกว่าจากแหล่งสัตว์อื่น แร่ธาตุที่ได้ไม่ต่างกัน แต่มีปริมาณไขมันต่ำกว่าที่ได้จากสัตว์ชนิดอื่น นี่จึงเป็นเหตุให้น้ำมันจากปลาให้คุณค่าและประโยชน์ต่อร่างกายของเรามากกว่า

ในอดีตเรามักนำน้ำมันจากปลามาสกัด วิตามิน D และ วิตามิน A เพื่อรับประทานเสริมให้ร่างกาย แต่เมื่อเทคโนโลยีการแพทย์พัฒนาทันสมัยขึ้น จึงพบว่า นอกจาก วิตามินทั้งสองชนิดนี้แล้ว ในน้ำมันปลายังมีกรดไขมันที่จำเป็นต่อร่างกายที่สำคัญมาก คือ กรดไขมันชนิดโอเมก้า 3 ภายในประกอบด้วยกรดตัวสำคัญหลายตัว ได้แก่ กรดไอโคซาเพนติอิโนอิกหรือEPA กรดแอลปา-ลิโนเลนิก กรดโดโคซะเฮกซะอิโนอิกหรือที่รู้จักคุ้นหูในชื่อ DHA องค์ประกอบที่เป็นประโยชน์มากในกรด คือทั้ง เจ้า DHA และ EPA ในกรดไขมันโอเมก้า 3 สองตัวนี้ คือ ตัวหลักที่เปรียบเสมือนของขวัญจากสวรรค์ เป็นปัจจัยสำคัญที่จะเข้าไปเสริมสร้างร่างกาย ลดการเสี่ยงที่จะเกิดโรคหลายชนิด ไม่เว้นกระทั่งโรคหัวใจด้วย

ที่มาของคุณประโยชน์ของน้ำมันจากปลา ที่ให้คุณค่ามากกว่าน้ำมันแหล่งอื่น

เมื่อนักวิทยาศาสตร์นำเนื้อเยื่อของปลามาวิเคราะห์ดู พบว่า มีกรดไขมันไม่เหมือนที่มีอยู่ในสัตว์อื่น และไม่สามารถหาได้ในไขมันของสัตว์อื่น ๆ อย่างแน่นอน เพราะแหล่งอาหารที่ปลากินเข้าไปมาจากสาหร่ายและแพลงตอนสัตว์ขนาดเล็กในน้ำนี้มีความสามารถพิเศษเฉพาะ จึงเป็นเหมือนเครื่องจักรผลิตสังเคราะห์กรดไขมันโอเมก้า 3 ออกมาได้

เมื่อมันสกัดกรดดังกล่าวไว้ในตัวของมันแล้วเมตาโบลิซึมภายในตัวมันจะบำรุงรักษากรดไขมันเหล่านั้นไว้ แม้ว่า ทั้งปลาทะเลและปลาน้ำจืดจะกินแพลงตอน สาหร่าย และสกัดกรดได้เช่นกัน แต่ปลาทะเลจะมีกรดไขมันโอเมก้า 3 มากกว่าปลาน้ำจืด ในสาหร่ายและแพลงตอนน้ำเค็มจะสังเคราะห์กรดไขมันโอเมก้า 3 ได้ในปริมาณมากกว่า

กรดโอเมก้า 3 จากน้ำมันจากปลา คุณค่าที่ร่างกายมนุษย์ไม่สามารถผลิตเองได้

ในจำนวนไขมันในอาหารที่เรารับประทานนั้น 9 ใน 10 จะอยู่ในรูปแบบที่เรียกว่า ไตรกลีเซอไรด์ มีไขมัน 3 ส่วนและกรีเซอรอล 1 ส่วน กรดไขมันมีประโยชน์อยู่ในรูปกรดไขมันเชิงซ้อนอิ่มตัว ที่รู้จักกันว่ากรดโอเมก้า 3 และกรด โอเมก้า 6 ซึ่งเป็นพระเอกตัวสำคัญที่สุดจากกรดมีประโยชน์ในน้ำมันปลานั่นเอง

เหตุผลสำคัญที่เราจำเป็นต้องรับประทานกรดไขมันโอเมก้า 3 และ กรดไขมันโอเมก้า 6 ให้เพียงพออยู่เป็นประจำก็เนื่องมาจาก กรดไขมันโอเมก้า 3 นั้นภายในจะประกอบด้วย กรดสำคัญหลายชนิด และกรดที่สำคัญที่สุดดังที่ได้กล่าวไปข้างต้นแล้ว คือ กรดไอโคซาเพนตะอิโนอิก EPA กับ กรดโดโคซะเฮกซะอิโนอิ DHA และยังมีในส่วนของ กรดไขมันโอเมก้า 6 มีกรดสำคัญ คือ กรดอะราชิโดนิค กับ กรดไลโนเลอิก ทั้งหมดนี้ร่างกายไม่สามารถผลิตหรือสังเคราะห์ขึ้นมาเองได้ ต้องรับจากการทานเข้าไปเท่านั้น

กรดโอเมก้า 3 จากน้ำมันปลา ช่วยป้องกันและลดความเสี่ยงโรคให้ร่างกายอย่างไร ?

กรดโอเมก้า 3 นั้นมีประโยชน์มากกว่าที่คิด เพราะช่วยป้องกันและลดความเสี่ยงต่อโรคได้หลายอย่าง เมื่อเรารับประทานเป็นประจำสม่ำเสมอ อย่างที่ได้กล่าวไว้ว่า ร่างกายของเราไม่สามารถสังเคราะห์กรดนี้ได้ด้วยตัวเอง คนที่รับประทานโอเมก้า 3 เป็นประจำจะมีผลดีต่อร่างกายเนื่องจาก

1. กรดโอเมก้า 3 จะทำหน้าที่ป้องกันดูแลระบบหัวใจและหลอดเลือด

ระบบหัวใจและหลอดเลือดที่บกพร่อง เป็นสาเหตุหลักของโรคหัวใจ ภัยเงียบที่คุกคามมนุษย์ทั่วโลก โรคหัวใจเป็นชื่อที่เรียกกันโดยรวม แต่อาการหลักของโรคหัวใจซึ่งเป็นสาเหตุให้เสียชีวิตหลัก ๆ มาจาก หลอดเลือดในร่างกายตีบตัน จากการอุดตันของไขมันในทางเดินเส้นเลือดบริเวณต่าง ๆ อธิบายให้เห็นภาพง่าย ๆ ก็คือ เส้นเลือดเสมือนสายยางฉีดน้ำ

เมื่อมีสิ่งไปอุดตันภายในทางเดินน้ำในสายยางก็แคบลง ตีบและสุดท้ายอาจจะตันจนเหลือเพียงรูเล็ก ๆ น้ำจะอุดตันอยู่ในท่อทำให้น้ำไหลยากต้องการแรงดันที่สูงขึ้น เช่นเดียวกับระบบเลือดและหัวใจในร่างกาย เมื่อหลอดเลือดในร่างกายถูกไขมันเกาะ จึงเกิดอาการตีบและตัน หัวใจต้องสูบฉีดเลือดแรง ต้องบีบและคลายตัวหนักขึ้น หัวใจทำงานหนัก เมื่อถึงจุดหนึ่งเมื่อเลือดสูบฉีดแรง หรือความดันเลือดสูง เส้นเลือดอาจจะแตก หรือหัวใจทำงานหนักจนระบบหัวใจล้มเหลวนั่นเอง

กรดไขมันโอเมก้า 3 ในน้ำมันปลา จะเข้าไปช่วยกระตุ้นให้ร่างกายมีระบบเผาผลาญไขมันได้ดีขึ้น ทำให้ระบบไหลเวียนในเส้นเลือดดีขึ้น ช่วยป้องกันและขจัดและลดไขมันไม่ให้เกาะตัวที่ผนังหลอดเลือด ทำให้ลดอัตราการอุดตันของเส้นเลือด ช่วยให้หลอดเลือดมีความยืดหยุ่นสูง ไม่แข็งจนเปราะแตกง่าย ทนทานต่อแรงดันสูบฉีดเลือด ช่วยให้เกล็ดเลือดไม่จับเป็นก้อนและเกาะตัวตามผนังหลอดเลือด

2. ประโยชน์ของน้ำมันปลาต่อร่างกายในด้านอื่น ๆ

กรดโอเมก้า 3 ยังช่วยป้องกันและลดอัตราเสี่ยงจากโรคอื่น ๆ โดยไปช่วยกระตุ้นระบบไหลเวียนเลือด และปรับสมดุลระบบเผาผลาญในร่างกาย ทำให้ไม่มีของเสียและไขมันค้างสะสมในร่างกาย ช่วยป้องกัน โรคไมเกรน โรคผิวหนัง โรคเบาหวาน โรคความดันสูง และโรคไขข้ออักเสบ ได้

ใครบ้างที่ต้องการโอเมก้า 3 ?

  • จากที่ได้กล่าวมาทั้งหมดนี้จะเห็นได้ว่า น้ำมันจากปลามีองค์ประกอบที่มีประโยชน์ต่อร่างกายมากมาย ที่เด่นที่สุดก็คือ โอเมก้า 3 และโอเมก้า 6 เราไม่สามารถสังเคราะห์ได้เองในร่างกาย ดังนั้น คนทุกกลุ่มทุกวัยจึงควรที่จะรับประทานน้ำมันจากปลา และยิ่งจำเป็นมากขึ้นตามกลุ่มคนในองค์ประกอบที่แตกต่างกัน ยิ่งเรามีอายุที่มากขึ้น ยิ่งจำเป็น
  • จากการวิจัยทางแพทย์พบว่า คนที่เริ่มเข้าสู่ช่วงวัย 40 ปี ไปจนถึง 60 ปี มีความเสี่ยงต่อโรคหัวใจวายเฉียบพลันมากขึ้นกว่าวัยหนุ่มสาวถึง 5 เท่า และพบในเพศชายมากกว่าเพศหญิง รวมถึงคนที่มีประวัติครอบครัวเป็นโรคหัวใจก็มีอัตราเสี่ยงที่จะเป็นมากกว่า ซึ่งปัจจัยเหล่านี้เป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่ป้องกันได้ด้วยการเสริมโอเมก้า 3 จากน้ำมันปลาเป็นประจำ
  • กลุ่มคนที่อยู่ในวัยหนุ่มสาวไปจนถึงวัยชรา แต่มีโรคประจำตัว เป็นโรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือดสูงเกินปกติ น้ำหนักตัวเกินมาตรฐานเป็นโรคอ้วน คนวัยทำงาน วัยเรียน ที่มีความเครียดสูง คนที่มีไลฟ์สไตล์ไม่ชอบออกกำลัง และคนที่สูบบุหรี่ ใครที่รู้ตัวว่า จัดอยู่ในประเภทใดประเภทหนึ่งแล้วละก็ น้ำมันจากปลา จะเป็นคำตอบหนึ่งของคุณ

โดยการรับประทานน้ำมันปลานั้นจะไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป เพราะท่านสามารถสั่งซื้อผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร แอสต้าแซนธิน พลัส อาหารเสริมที่มีส่วนประกอบของน้ำมันปลาสกัดมารับประทานได้ ซึ่งแม้ว่า จะเป็นอาหารเสริม แต่เชื่อมั่นได้เลยว่าท่านจะได้รับสารอาหารจากน้ำมันปลาอย่างครบถ้วน พร้อมช่วยบำรุงสุขภาพร่างกาย ให้แข็งแรง และห่างไกลจากโรคต่าง ๆ ได้อย่างแน่นอน

อนุมูลอิสระ เป็นต้นเหตุหนึ่งที่นำไปสู่การเกิดโรคต่าง ๆ เช่น โรคหัวใจ โรคมะเร็ง โรคความดันโลหิตสูง โรคเบาหวาน ทำลายภูมิคุ้มกันของร่างกาย ความเสื่อมของเซลล์ต่าง ๆ ในร่างกาย รวมไปจนถึงเซลล์ผิว หรือที่เรียกกันว่า เกิดริ้วรอย แก่ก่อนวัย
Shopping cart