กอมฟลีนา

อาการของไมเกรน และตัวกระตุ้น พร้อมแนวทางป้องกัน

อาการของไมเกรน และตัวกระตุ้น พร้อมแนวทางป้องกัน

ถ้าจะให้พูดถึงอาการปวดหัว ที่เป็นปัญหาในการรบกวนการใช้ชีวิตของผู้คน ชื่อของ “ไมเกรน” ต้องมาเป็นอันดับหนึ่ง นอกจาก จะทำให้ชีวิตลำบาก ยังสร้างความทรมาน ไม่สามารถทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ นอกจากนี้ ยังมีสิ่งที่จะกระตุ้นให้อาการปวดหัวรุนแรงขึ้น หากผู้ที่มีอาการไมเกรนไม่ระวังตัวก็อาจทำให้ปวดหัวหนักมากยิ่งขึ้นได้ ดังนั้น ลองมาดูอาการของไมเกรน พร้อมตัวกระตุ้น และแนวทางในการป้องกันโรคกัน

ไมเกรน คืออะไร

“ไมเกรน” เป็นโรคที่ทำให้เกิดอาการปวดศีรษะรุนแรงชนิดหนึ่ง โดยผู้ป่วยจะรู้สึกปวดตุบ ๆ รุนแรง และมักจะปวดบริเวณศีรษะข้างเดียว หรือปวดข้างเดียวก่อน และค่อย ๆ ปวดทั้งสองข้างพร้อมกัน นอกจากนี้ ยังมีอาการคลื่นไส้และอาเจียนร่วมด้วย อีกทั้งมีอาการไวต่อเสียงและแสงสว่างมากกว่าปกติ รบกวนการใช้ชีวิตประจำวัน และสร้างความทรมานมาก

ลักษณะอาการของไมเกรน

“ไมเกรน” สามารถเกิดขึ้นได้กับทุกวัย ตั้งแต่เด็ก วัยรุ่น หรือวัยผู้ใหญ่ระยะแรก โดยจะแบ่งอาการออกเป็น 4 ระยะ ดังนี้

1.ระยะอาการบอกเหตุ (Prodrome)

อาการเริ่มแรกของไมเกรน ที่พบได้ มีดังนี้

  • การเปลี่ยนแปลงของอารมณ์ ตั้งแต่ภาวะซึมเศร้า ไปจนถึงภาวะเคลิ้มสุข
  • ความอยากอาหารบางอย่างเป็นพิเศษ
  • มีอาการปวดตึงคอ
  • กระหายน้ำและปัสสาวะบ่อยขึ้น
  • หาวบ่อยและท้องผูก

2.ระยะอาการเตือน (Aura)

ต่อด้วยอาการที่เกิดขึ้นจากระบบประสาทส่วนกลาง อาจเกิดขึ้น หรือพร้อมกับการปวดไมเกรน แต่โดยส่วนใหญ่ผู้ที่เป็นไมเกรนมักจะไม่มีอาการเตือน แต่จะเป็นอาการปวดที่ค่อย ๆ รุนแรงขึ้นเรื่อยๆ และอาจต่อเนื่องยาวนานเป็นชั่วโฒง โดยอาการเตือนจะเกิดขึ้นได้หลายรูปแบบ เช่น

  • มองเห็นแสงกะพริบ ๆ หรือสายตาพร่ามัว
  • มองเห็นรูปภาพเป็นรูปทรงต่าง ๆ ผิดขนาด
  • แสงซิกแซก
  • เห็นจุดแสงวาบ
  • มองเห็นเส้นคลื่น

อาการเตือนที่เกิดขึ้น อาจส่งผลเสียต่ออวัยวะที่รับความรู้สึก (ประสาทสัมผัส) ทั้งการเคลื่อนไหว หรือการพูด ทำให้พูดได้ลำบาก กล้ามเนื้อจะรู้สึกคล้าย ๆ จะอ่อนแรง และอาจรู้สึกว่า มีใครกำลังสัมผัสตัวอยู่ โดยอาการเหล่านี้จะค่อย ๆ เริ่มเกิดขึ้นภายในไม่กี่วินาที แต่ยังคงมีอาการนี้เป็นชั่วโมง

3.ระยะปวดศีรษะ (Headache)

อาการปวดศีรษะของไมเกรน ที่พบได้ มีดังนี้

  • มีอาการปวดศีรษะข้างเดียวหรือทั้งสองข้าง
  • มีอาการปวดแบบตุบ ๆ
  • แสงจ้า เสียงดัง และกลิ่นฉุนจะกระตุ้นให้ปวดมากขึ้น
  • มีอาการคลื่นไส้ อาเจียน
  • ตาพล่ามัว มองเห็นภาพไม่ชัด
  • มีอาการเวียนศีรษะ หน้ามืด หรือเป็นลม และ

4.ระยะหลังจากปวดศีรษะ (Postdrome)

ระยะสุดท้ายของไมเกรน เมื่อปวดศีรษะแบบขั้นสูงสุดแล้ว จะพบได้ ดังนี้

  • มีอาการสับสน มึนงง
  • มีอารมณ์หงุดหงิด
  • เวียนศีรษะ
  • อ่อนล้า อ่อนแรง
  • มีความรู้สึกไวต่อแสงและเสียง

หากรู้สึกว่า อาการปวดหัวไมเกรนมีความรุนแรง และไม่สามารถจัดการหรือคุมอาการของโรคได้ด้วยยาแก้ปวด ให้บันทึกอาการของไมเกรนที่เกิดขึ้น และปรึกษาแพทย์ เพื่อแนวทางการรักษาที่ถูกต้อง

อาการของไมเกรน และตัวกระตุ้น พร้อมแนวทางป้องกัน

อาการแบบไหนของไมเกรน ที่ต้องพบแพทย์

ลักษณะอาการไมเกรน ที่ต้องพบแพทย์โดยด่วน มีดังนี้

  • ปวดศีรษะอย่างรุนแรงและเกิดขึ้นแบบเฉียบพลัน
  • ปวดศีรษะพร้อมกับมีไข้ ปวดเมื่อยคอ สับสนมึนงง มีอาการชัก มองเห็นภาพซ้อน หรืออ่อนแรง
  • มีความรู้สึกชา หรือพูดติดขัดอย่างชัดเจน
  •  มีอาการปวดศีรษะรุนแรงมาก หลังจากได้รับบาดเจ็บบริเวณศีรษะ
  • มีอาการปวดศีรษะเรื้อรัง ที่เป็นมากขึ้นเวลาไอ เวลาออกแรงมาก หรือเมื่อเปลี่ยนอิริยาบถเร็วเกินไป
  • มีอาการปวดศีรษะที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน สำหรับผู้ป่วยที่มีอายุมากกว่า 50 ปี

สาเหตุของไมเกรน

หลายคนอาจคิดว่า ไมเกรนเป็นผลจากความผิดปกติ ในการทำงานของสมองที่มีผลกระทบต่อเส้นประสาท สารเคมี และหลอดเลือดในสมอง แต่แท้จริงอาการไมเกรน สามารถเกิดขึ้นได้หลายปัจจัย ดังนี้

1.สิ่งกระตุ้นที่ทำให้เกิดไมเกรน

สิ่งที่จะกระตุ้นให้อาการไมเกรนรุนแรงขึ้น มีทั้งฮอร์โมน , ร่างกาย , อาหาร , สิ่งแวดล้อม และการใช้ยา เป็นต้น โดยสิ่งที่จะกระตุ้นให้ไมเกรนเกิดขึ้น แต่ละคนมีปัจจัยที่แตกต่างกัน ดังนั้น ผู้ที่ปวดหัวไมเกรนบ่อย ๆ ควรสังเกตอาการให้ดี และจดบันทึกเพื่อเป็นข้อมูลในการรักษา

2.การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน

สำหรับผู้หญิงที่ปวดหัวไมเกรน ในช่วงเป็นประจำเดือน อาจเกิดจากการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนในร่างกายในผู้ป่วยเพศหญิง อาจเป็นไมเกรนในช่วงที่มีประจำเดือน ซึ่งมีความเป็นไปได้ว่า เป็นเพราะการเปลี่ยนแปลงของระดับฮอร์โมนในร่างกาย เช่น เอสโตรเจน (ฮอร์โมนเพศหญิง) โดยไมเกรนชนิดนี้มักเกิดในช่วง 2 วันก่อนมีประจำเดือน ไปจนถึงวันที่ 3 นอกจากนี้ ยังพบตัวกระตุ้นไมเกรนอื่น ๆ ดังนี้

ตัวกระตุ้นที่เกี่ยวกับอารมณ์

  • ความเครียด ภาวะตึงเครียด
  •  ความวิตกกังวล
  •  อาการตกใจ หรือช็อก
  •  ภาวะซึมเศร้า
  • ความตื่นเต้น

ตัวกระตุ้นทางกายภาพ

  •  ความเหนื่อยล้า อ่อนเพลีย
  •  นอนหลับพักผ่อนไม่เพียงพอ
  • ทำงานเป็นกะ ไม่เป็นเวลาปกติ
  •  มีความตึงที่คอหรือไหล่
  • อาการอ่อนเพลียจากการเดินทางด้วยเครื่องบินเป็นเวลานาน (Jet Lag)
  • ภาวะเลือดมีน้ำตาลน้อย
  •  ออกกำลังกายที่ต้องใช้พละกำลังมาก

ตัวกระตุ้นเกี่ยวกับอาหาร

  • รับประทานอาหารไม่ตรงเวลา
  •  ภาวะขาดน้ำ
  •  ดื่มแอลกอฮอล์
  •  อาหารที่มีสารไทรามีน ซึ่งเป็นส่วนประกอบธรรมชาติของอาหาร เช่น เนยแข็ง
  •  เครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน เช่น ชา หรือ กาแฟ
  •  อาหารบางประเภท เช่น ช็อกโกแลต ผลไม้ตระกูลส้ม และชีส

ตัวกระตุ้นที่เกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม

  • แสงสว่างจ้า
  • แสงจากจอโทรทัศน์ หรือคอมพิวเตอร์
  • การสูบบุหรี่หรือได้รับควันบุหรี่ โดยเฉพาะในห้องแบบปิด
  • เสียงดัง
  • สภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลง เช่น ความชื้น หรืออุณหภูมิที่เย็นจัด
  • ได้รับกลิ่นที่รุนแรง
  • บรรยากาศที่อบอ้าว

การป้องกันไมเกรน

วิธี “ป้องกันไมเกรน เริ่มแรกต้องเข้าใจ และรู้ว่า สิ่งใดที่จะเป็นตัวกระตุ้นทำให้อาการปวดหัวไมเกรนรุนแรงมากขึ้น และพยายามหลีกเลี่ยงสิ่งนั้น ด้วยการจดบันทึก และสังเกตอาการ เพื่อช่วยให้คุณจำแนกตัวกระตุ้น พร้อมช่วยให้สามารถควบคุมการใช้ยาได้อย่างตรงจุด แค่บันทึกสิ่งเหล่านี้

  • วันและเวลาที่เกิดอาการขึ้น
  • สัญญาณหรืออาการเตือนต่าง ๆ ก่อนเป็นไมเกรน
  • อาการที่เกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นอาการที่มีอาการเตือน หรือไม่มีอาการเตือนร่วม
  • ยารักษาโรคที่ใช้
  • อาการหยุดในวันและเวลาใด
ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารน้ำมันรำข้าว กอมฟลีนา

ใครที่พยายามหลีกเลี่ยงตัวกระตุ้นทุกวัน แต่ก็ยังปวดหัวไมเกรนอยู่ ลองใช้นี่เลย “น้ำมันรำข้าว กอมฟลีนา” สกัดจากข้าวพรีเมียม ช่วยลดอาการปวดหัวไมเกรน และลดความเครียด ทำให้ร่างกายเกิดความผ่อนคลาย บรรเทาอาการปวดหัวได้อย่างดี อีกทั้งช่วยเสริมภูมิคุ้มกันให้ร่างกาย อัดแน่นไปด้วยคุณภาพ ทานได้ทั้งคนทำงานและผู้สูงอายุ “น้ำมันรำข้าวกอมฟลีนา ตัวช่วยรักษาอาการไมเกรน”

Shopping cart