กอมฟลีนา

เช็กอาการเสี่ยงโรคเบาหวาน พร้อมวิธีป้องกันร่างกายให้ห่างไกลโรค

เช็กอาการเสี่ยงโรคเบาหวาน พร้อมวิธีป้องกันร่างกายให้ห่างไกลโรค

“โรคเบาหวาน” แค่ได้ยินชื่อหลายคนก็รู้สึกกลัว และไม่อยากเป็นแน่นอน นอกจาก จะรักษาไม่หาย ยังทำให้ร่างกายเสี่ยงต่อการเกิดโรคชนิดอื่น ๆ ได้ง่าย แต่ทั้งนี้ คนส่วนใหญ่ยังคงทำพฤติกรรมที่จะเสี่ยงต่อเบาหวาน เช่น การทานของหวานเป็นประจำ การดื่มแอลกอฮอล์อย่างหนัก เป็นต้น ก็จะทำให้ร่างกายอยู่ในความเสี่ยงได้ ดังนั้น ลองมาดูกันว่า อาการแบบไหนที่จะมีโอกาสเป็น “โรคเบาหวาน” ได้

โรคเบาหวานคือ อะไร

“โรคเบาหวาน” เกิดจากความบกพร่องของฮอร์โมนอินซูลิน ที่ถูกผลิตโดยตับอ่อน ทำหน้าที่ช่วยนำน้ำตาล หรือกลูโคสในเลือดเข้าสู่เซลล์ทั่วร่างกาย เพื่อเผาผลาญเป็นพลังงาน สำหรับทำหน้าที่ในอวัยวะต่าง ๆ ผู้ป่วยเบาหวานส่วนใหญ่ จะพบว่า

ตับอ่อนผลิตอินซูลินได้น้อย หรือไม่ได้เลย  รวมทั้งมีการผลิตได้ปกติ แต่ประสิทธิภาพของอินซูลินลดลง เมื่อร่างกายขาด อินซูลิน หรืออินซูลินทำหน้าที่ไม่ได้ จะส่งผลให้น้ำตาลในเลือดเข้าสู่เซลล์ต่าง ๆ ได้น้อยกว่าปกติ จึงเกิดการคั่งของน้ำตาลในเลือด และน้ำตาลก็ถูกขับออกมาทางปัสสาวะ นอกจากนี้ น้ำตาลที่เข้มข้นสูงจะพาน้ำออกมาเป็นจำนวนมาก

ทำให้ผู้ที่เป็นเบาหวานปัสสาวะบ่อยพร้อมกับสูญเสียเกลือแร่บางชนิด โดยเฉพาะโซเดียม ร่างกายจึงขาดทั้งอาหาร น้ำ เกลือแร่ จึงมีอาการหิวอยู่ตลอดเวลานั่นเอง บางรายมีอาการกินจุ กระหายน้ำบ่อย และมีน้ำหนักลด จนถึงขั้นอ่อนเพลีย

การวินิจฉัยโรคเบาหวาน

เพราะ เบาหวานคือ ภาวะที่ร่างกายมีระดับน้ำตาลในเลือดสูงกว่าปกติ เนื่องจาก ร่างกายไม่สามารถนำน้ำตาลในเลือดออกจากอาหารไปใช้ได้ ทำให้ถูกวินิจฉัยว่า เป็น เบาหวาน และมีอาการดังนี้

1. ถ้ามีระดับน้ำตาลในเลือดก่อนรับประทานอาหารเช้าตั้งแต่ 126 มิลลิกรัม / เดซิลิตรขึ้นไปหรือ

2. หลังรับประทานอาหารเช้ามากกว่าหรือเท่ากับ 200 มิลลิกรัม/เดซิลิตร ให้ถือว่า เป็น “เบาหวาน” ได้เลย

เพื่อการวินิจฉัยที่แน่นอน ผู้ที่มีอาการดังข้างต้น ควรพบแพทย์เพื่อตรวจซ้ำอย่างละเอียด เพื่อเตรียมวิธีการรับมือ และการรักษาในลำดับต่อไป

อาการของโรคเบาหวาน

ต่อไปเป็นอาการของ “โรคเบาหวาน” หากคุณเช็กดูแล้วมีข้อที่ตรงมากกว่า 2 ข้อ ก็เตรียมตัวพบแพทย์ได้เลย

  1. ปัสสาวะบ่อย

อาการแรกผู้ป่วยจะปัสสาวะบ่อย โดยคนทั่วไปจะปัสสาวะภายในหนึ่งวันอยู่ที่ 5 – 6 ครั้งหากคุณเกินกว่านั้น อาจเป็นอาการเริ่มแรก เนื่องจาก ไตมีความสามารถดูดกลับน้ำตาลไว้ได้ในระดับหนึ่ง แต่ในผู้ที่เป็นเบาหวาน จะพบว่า ไตไม่สามารถดูดน้ำตาลในเลือดที่สูงได้ ดังนั้น จึงมีน้ำตาลส่วนหนึ่งออกมาในปัสสาวะ ซึ่งเมื่อมีความเข้มข้นของปัสสาวะสูง จึงมีการดึงน้ำตาลตามมามากกว่าปกติ ทำให้ปัสสาวะบ่อยมากขึ้นนั่นเอง หรือให้สังเกตง่าย ๆ จะมีมดขึ้นที่ฉี่ของคุณด้วย

2. กระหายน้ำมาก

อาการต่อมา คือ กระหายน้ำ หิวน้ำบ่อยขึ้น หรือรู้สึกคอแห้ง เป็นผลมาจากการสูญเสียน้ำออกมาทางปัสสาวะ และจัดเป็นอาการที่ทำให้ร่างกายอยู่ในภาวะขาดน้ำ รวมทั้งมีการกระตุ้นศูนย์การควบคุมน้ำของร่างกาย เกิดการกระหายน้ำตามมาได้ แต่สำหรับอาการนี้ จะแตกต่างจากคนที่ดื่มน้ำเยอะเป็นปกติ

3. หิวบ่อย และรับประทานจุ

หลายคนอาจคิดว่า ปกติตัวเองก็เป็นคนหิวบ่อย และกินจุอยู่แล้ว จะเสี่ยงเบาหวานหรือไม่? ต้องลองสังเกตพฤติกรรมให้ดี แม้จะเป็นคนที่กินเยอะ แต่หากมีการทานเพิ่มมากขึ้นจาก 3 มื้อเป็น 4 – 5 มื้อ หรือกินเท่าไหร่ก็ไม่อิ่ม ก็เสี่ยงเบาหวานได้ เนื่องจาก ร่างกายไม่สามารถนำน้ำตาลไปใช้ได้ตามปกติ ทำให้ร่างกายขาดพลังงาน จึงมีการหิวบ่อย และรับประทานจุตามมา ทางที่ดีควรวางแผนการกิน ไม่ควรกินตามใจปาก

4. น้ำหนักตัวลดลง

แม้จะกินเยอะ แต่น้ำหนักตัวกลับลดลง เนื่องจาก ร่างกายขาดอินซูลิน ทำให้ไม่สามารถนำน้ำตาลไปใช้ได้ตามปกติ ส่งผลให้ร่างกายขาดพลังงานร่วมกับการขาดน้ำจากการปัสสาวะบ่อย ส่งผลให้ร่างกายมีการนำโปรตีน และไขมันที่สะสมไว้ในเนื้อเยื่อมาใช้แทนนั่นเอง คุณจึงรู้สึกอ่อนเพลีย น้ำหนักตัวลดลงโดยไม่ทราบสาเหตุ จัดเป็นอาการข้างเคียงที่น่ากลัว หากพบว่า น้ำหนักตัวลดลงเช่นนี้ ควรรีบพบแพทย์โดยด่วน

5. แผลหายช้า

ผู้ที่เป็นโรคเบาหวาน หากมีแผลตามร่างกาย จะหายช้ากว่าคนปกติ และมีอาการที่แผลจะเรื้อรังสูง เนื่องจาก ผู้ที่เป็นโรคเบาหวาน จะมีไขมัน และน้ำตาลที่ไม่ได้ถูกย่อยสลาย และไปจับอยู่ตามเส้นเลือด ส่งผลให้เส้นเลือดตีบ และแข็งจนเกิดการอุดตัน โดยแผลส่วนใหญ่จะเกิดขึ้นบริเวณเท้า หากไม่ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงทีอย่างถูกต้อง อาจนำไปสู่การตัดอวัยวะจากการติดเชื้อได้ในที่สุด เป็นเหตุที่อาจทำให้เสียขา ไปจนถึงเสียชีวิตได้นั่นเอง

สาเหตุและอการที่ทำให้เป็นโรคเบาหวาน

แม้ “เบาหวาน” จะสืบทอดจากพันธุกรรมได้ แต่ก็เป็นเพียงปัจจัยหนึ่งเท่านั้น ยังมีอีกหลายปัจจัยที่จะทำให้คุณเสี่ยงต่อการเป็นโรคเบาหวานได้ มีดังนี้

  1. ความอ้วน สำหรับคนที่มีน้ำหนักตัวเยอะ จะเพิ่มโอกาสในการเป็นโรคเบาหวานมากขึ้น เนื่องจาก ในคนอ้วนเนื้อเยื่อต่าง ๆ ในร่างกายจะมีการตอบสนองต่อฮอร์โมนอินซูลินน้อยลง ทำให้อินซูลินไม่สามารถพาน้ำตาลเข้าไปในเนื้อเยื่อได้ดีเช่นเดิม จึงมีน้ำตาลส่วนเกินอยู่ในกระแสเลือดมากขึ้น
  2. สูงอายุ ผู้ใหญ่ที่มีอายุ 55 ปีขึ้นไป ร่างกายจะมีการเปลี่ยนแปลง ตับอ่อนจะสังเคราะห์ และหลั่งฮอร์โมนได้น้อยลงในขณะที่ได้รับน้ำตาลเท่าเดิม จึงมีน้ำตาลเกินในกระแสเลือด เสี่ยงต่อโรคเบาหวานได้
  3. ตับอ่อนได้รับความกระทบกระเทือน ใครที่ชอบดื่มสุราต้องฟัง เพราะตับอ่อนอาจได้รับการกระทบกระเทือน หากคุณดื่มมากเกินไป หรือตับอ่อนบอบช้ำจากการประสบอุบัติเหตุ ซึ่งมีความจำเป็นต้องผ่าตัดเอาตับอ่อนบางส่วนออก
  4. การติดเชื้อไวรัสบางชนิด เช่น คางทูม หัดเยอรมัน
  5. ยาบางชนิด เกิดจากการใช้ยาบางชนิด เช่น ยาขับปัสสาวะ ยาคุมกำเนิด ทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูงขึ้นได้
  6. การตั้งครรภ์ เนื่องจาก ฮอร์โมนหลายชนิดที่รกสังเคราะห์ขึ้นมีผลยับยั้งการทำงานของอินซูลิน
ช่วยกระตุ้นการทำงานของอินซูลิน จึงทำให้เบาหวานชนิดที่ 2 มีอาการดีขึ้น ช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดให้เป็นปกติ และยังป้องกันไม่ให้เกิดอาการแทรกซ้อน

และทั้งหมดนี้ คือ “อาการของโรคเบาหวาน” หากพบว่า ร่างกายอยู่ในความเสี่ยง ต้องปรับเปลี่ยนแผนในการดูแลตัวเองด่วน ๆ หรือคนที่มีอาการหนัก และมีความกังวลใจว่า ตัวเองเป็นหรือไม่ แนะนำให้ไปตรวจกับแพทย์ แต่ถ้าใครอยากได้ตัวช่วยป้องกันโรคเบาหวาน ขอแนะนำ น้ำมันรำข้าว กอมฟลีนา สารสกัดจากธรรมชาติใช้ข้าวเกรดพรีเมียม และมีสารแกมม่าโอไรซานอลสูง ช่วยลดอัตราเสี่ยงในการเกิดโรคเบาหวาน พร้อมลดภูมิแพ้ และเพิ่มระดับการป้องกันให้ร่างกาย อีกทั้งยังปลอดภัย สามารถทานคู่กับยาได้

PHP Code Snippets Powered By : XYZScripts.com
Shopping cart