กอมฟลีนา

โรคปวดศีรษะไมเกรน อันตรายกว่าที่คิด เตรียมตัวรับมืออย่างถูกวิธี

โรคปวดศีรษะไมเกรน อันตรายกว่าที่คิด เตรียมตัวรับมืออย่างถูกวิธี

ใครที่มีอาการปวดหัวข้างเดียว ปวดตุบ ๆ จนไม่อยากทำอะไรบ้าง ขอให้ยกมือขึ้น! เพราะนี่เป็นอาการของโรค “ไมเกรน” อาการปวดศีรษะที่ใคร ๆ ก็ไม่อยากให้เกิดกับตัวเอง เพราะทั้งปวดรุนแรง และเกิดขึ้นทันที ไม่ทันได้เตรียมตัว บางคนเป็นซ้ำ ๆ ติดกัน จนมีอาการเรื้อรัง สาเหตุอาจเกิดขึ้นได้หลายปัจจัย แต่ทั้งนี้ ก็ทำให้การดำเนินชีวิตยากลำบาก และต้องดูแลตัวเองอยู่เสมอ ดังนั้น ลองมาทำความรู้จักและเตรียมวิธีรับมือกัน

ปวดศีรษะไมเกรน อาการข้างเคียงจากโรคต่าง

“ปวดหัวจากไมเกรน” เป็นอาการที่พบได้บ่อยจากการแสดงอาการของโรคอื่น ๆ ที่คุณต้องระวังให้ดี ได้แก่ ปวดศีรษะจากมีไข้ ความผิดปกติทางสายตา ความดันในสมองสูง เนื่องจาก โรคหลอดเลือดสมอง เนื้องอกในสมอง หรือมะเร็งสมอง และปวดศีรษะจากอุบัติเหตุที่เกี่ยวกับสมอง เป็นต้น โดยตัวกระตุ้นไมเกรน และทำให้คุณปวดหัวมาก เป็นผลมาจาก ความเครียด , การอดนอน และยาบางชนิดที่ทำให้ความดันโลหิตขึ้นสูงมาก หรืออาจเกิดจากโรคในสมองที่รุนแรงเช่นเดียวกันด้วย

โดยลักษณะอาการปวดของแต่ละคน จะมีความแตกต่างกันออกไป คุณจึงต้องทำความเข้าใจก่อนว่า อาการปวดหัวไหมเกรนต้องมีการเตรียมตัวป้องกัน เพื่อบรรเทาอาการปวด และการกำเริบของโรคได้ อีกทั้งอาการปวดหัวไมเกรน จะพบได้มากในเพศหญิงมากกว่าเพศชาย และเป็นช่วงวัยรุ่นมากเป็นพิเศษ จนถึงอายุประมาณสามสิบ ลำดับต่อไปจะอธิบายลักษณะของอาการปวดหัวไมเกรนกัน

ลักษณะอาการปวด

อาการปวดหัวไมเกรนแต่ละคนไม่เหมือนกัน แต่ลักษณะอาการที่พบได้บ่อย มีดังนี้

  • ปวดศีรษะแบบตุ้บ ๆ ตามชีพจรของร่างกาย ส่วนมากจะปวดข้างเดียว แต่บางคนก็ปวดทั้ง 2 ข้าง บริเวณที่ปวดจะเป็นด้านหน้าและด้านข้างของศีรษะ ความรุนแรงอยู่ในระดับปานกลางถึงมาก
  • ปวดบ่อยในตอนเช้า และหลังตื่นนอน ระยะเวลาในการปวดประมาณ 4-72 ชั่วโมง
  •  มีอาการอื่นร่วมด้วย เช่น คลื่นไส้ อาเจียน เบื่ออาหาร ตาพล่ามัก มีออร่า คือ มีการเห็นแสงวูบวาบ หรือเห็นแสงเป็นเส้น ๆ บางคนอาจมีอาการนำมาก่อน เช่น กลัวแสง กลัวเสียง การได้รับกลิ่นเปลี่ยนไปก่อนที่จะมีอาการปวดศีรษะ

ปัจจัยที่จะกระตุ้นให้อาการปวดรุนแรงขึ้น ได้แก่ เนย , ช็อกโกแลต , ยาขยายหลอดเลือด , การอดอาหารนาน ๆ , น้ำตาลในเลือดต่ำ อาหารที่มีสารกันบูด หรือฮอร์โมนในเพศหญิง การมีประจำเดือน , และอีกมากมาย

โรคปวดศีรษะไมเกรน อันตรายกว่าที่คิด เตรียมตัวรับมืออย่างถูกวิธี

ปวดศรีษะไมเกรนแบบไหน ต้องระวังมากที่สุด

ลองมาเช็กลิสต์ ลักษณะอาการปวด ที่อันตรายต่อร่างกาย และต้องระวังมากที่สุด มีดังนี้

  1. ปวดครั้งแรกแต่รุนแรงจนทนไม่ได้ เป็นคนที่ไม่เคยมีอาการปวดมาก่อน แต่กลับปวดหัวไมเกรนหนัก
  2. ปวดหัวเหมือนจะระเบิดออกมา ไม่สามารถทนความปวดได้ ทรมานต่อการใช้ชีวิต
  3. อาการนำที่เกิดขึ้นครั้งแรกในผู้หญิงที่ใช้ยาฮอร์โมนคุมกำเนิด
  4. อาการปวดศีรษะครั้งแรกในผู้ป่วยอายุตั้งแต่ 50 ปี เป็นอาการที่อันตรายต่อร่างกาย
  5. อาการปวดศีรษะที่รุนแรงมากขึ้น นานมากกว่า 1 สัปดาห์ กินยาแต่ไม่รู้สึกดีขึ้น
  6. ปวดมากขึ้น เวลาออกแรง เบ่งถ่าย เปลี่ยนท่าทาง บ่งชี้ว่า มีความดันในโพรงกะโหลกศีรษะสูง รบกวนการใช้ชีวิตประจำวัน ลดประสิทธิภาพในการทำงาน
  7. อาการปวดศีรษะครั้งแรกในผู้ป่วยโรคมะเร็ง ผู้ติดเชื้อเอชไอวี อาจเป็นผลข้างเคียงของโรค
  8. ตรวจพบไข้ร่วมกับปวดศีรษะโดยไม่มีสาเหตุอื่น ๆ ต้องคิดถึงภาวะเยื่อหุ้มสมองติดเชื้อ
  9. อาการปวดศีรษะร่วมกับความผิดปกติทางระบบประสาท เช่น แขน ขาอ่อนแรง ปากเบี้ยว ควรรีบพบแพทย์โดยด่วน

ป้องกันอาการไมเกรน โดยไม่ต้องกินยา

หลายคนปวดหัว ก็ต้องกินยาลดปวด แต่ก็มีบางคนที่ไม่อยากกินยาเกินจำเป็น เพราะส่งผลเสียต่อร่างกาย เราจึงนำวิธีการป้องกัน และดูแลอาการไมเกรน แบบไม่ต้องพึ่งยา มาบอกกัน เพื่อเป็นความรู้ ให้เตรียมตัวได้ทัน

1.นอนหลับให้เพียงพอ

สายทำงานหนัก สายฟรีแลนซ์ ทุ่มให้งานตลอด 20 ชั่วโมง นอนแค่วันละ 4-5 ชั่วโมง ส่งผลให้อาการปวดไมเกรน รุนแรงขึ้น และทำให้ร่างกายค่อย ๆ อ่อนแอ ทางที่ดีควรนอนให้ได้อย่างน้อย 6 ถึง 8 ชั่วโมง และปรับตารางนอนให้เป็นเวลา ไม่นอนดึกจนเกินไป ก่อนนอนปล่อยวางความเครียด ละจากคอมพิวเตอร์ หรือโทรศัพท์มือถือ เพื่อช่วยให้การนอนหลับเต็มไปด้วยประสิทธิภาพ และนอนหลับได้ลึกยิ่งขึ้น

2.ออกกำลังกายเป็นประจำ

ใครที่ไม่ค่อยได้ออกกำลังกาย บวกกับรับประทานอาหารที่ไม่มีประโยชน์ อาจทำให้ร่างกายอยู่ในความเสี่ยง ถึงเวลาออกมาขยับร่างกายให้มากขึ้น จะเดินเร็ว , วิ่ง หรือปั่นจักรยาน ให้ทำทุกวัน อย่างน้อยวันละ 30 นาที จะช่วยเสริมเกราะป้องกันให้ร่างกาย ช่วยให้คุณกลับมามีรูปร่างที่ดี พร้อมบรรเทาอาการปวดหัวจากไมเกรนด้วย

3.ลดความเครียด

แน่นอนว่า ภาระงานทุกคนหนักอึ้ง ทุกวันต้องเจอกับเรื่องอะไรมากมาย ทำให้ร่างกายเกิดความเครียด และยิ่งสะสมไปทุก ๆ วัน ก็ทำให้ร่างกายอ่อนแอ อาการปวดหัวไมเกรนก็เพิ่มหนักขึ้น เพราะมีปัญหาเป็นเหมือนชนวนในร่างกาย ลองปรับความคิด วางสิ่งที่เครียด ไม่เก็บมาคิดตลอดเวลา พร้อมทั้งตั้งสติ มีสมาธิกับการใช้ชีวิต จะช่วยลดความเครียดได้ อีกทั้งลองหาเวลาว่างออกไปเที่ยว , ไปหาเพื่อน ๆ หรือเปิดประสบการณ์ใหม่ ๆ จะทำให้คุณมีความสุข และจิตใจแจ่มใสมากยิ่งขึ้น

“ไมเกรน” อาจเป็นอาการที่ไม่รุนแรง แต่หากคุณมีอาการปวดหัวหนักแบบที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ปวดแบบกะทันหัน ปวดเรื้อรังมานานไม่หายสักที หรือทานยาแล้วไม่ดีขึ้น ร่วมกับมีอาการคลื่นไส้ อาเจียน ควรรีบพบแพทย์โดยด่วน ไม่ควรปล่อยทิ้งไว้ เพราะอาจเป็นข้างเคียงของโรคร้ายแรงได้ นอกจากนี้ เมื่อรู้ตัวว่า มีอาการเหมือนไมเกรน ควรปรับเปลี่ยนการใช้ชีวิตใหม่ หลีกเลี่ยงสิ่งที่จะกระตุ้นให้ร่างกายเกิดอาการปวด และพักผ่อนให้เป็นเวลา ทานอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย พร้อมออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอมากยิ่งขึ้น ทำตามดังนี้ รับรองร่างกายแข็งแรงขึ้น ปวดไมเกรนน้อยลงแน่นอน

แต่ถ้าใครพยายามควบคุม หลีกเลี่ยงตัวกระตุ้นแทบทุกอย่างแล้ว แต่ก็ยังปวดหัวไมเกรนอยู่ อาจมองหาตัวช่วยเสริม ที่จะทำให้บรรเทาอาการปวดหัวไมเกรนได้ กับ “น้ำมันรำข้าว กอมฟลีนา” สกัดจากข้าวพรีเมี่ยมแท้ จัดเต็มคุณประโยชน์แก่ร่างกาย ช่วยลดอาการเครียด ทำให้ร่างกายผ่อนคลาย บรรเทาอาการปวดหัวจากไมเกรน พร้อมบำรุงร่างกาย ทำให้สุขภาพดีมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ ยังช่วยบำรุงสมอง และเป็นทางเลือกของสุขภาพใหม่ ที่คุณต้องห้ามพลาด

Shopping cart