กอมฟลีนา

ไม่อยากเป็นโรคกระดูกพรุน ต้องรู้สิ่งนี้

ไม่อยากเป็นโรคกระดูกพรุน ต้องรู้สิ่งนี้

“กระดูก” เป็นอวัยวะที่มีจำนวนมากในร่างกายมนุษย์ ผู้ใหญ่จะมีกระดูกทั้งหมด 206 ชิ้น กระดูกนับเป็นอวัยวะสำคัญเพราะเปรียบเสมือนโครงสร้างบ้าน เป็นเสา เป็นคาน ที่รองรับให้ร่างกายของเราคงรูป ไม่ไหลเหลวยืดย้วยไปเหมือนงูที่คลานอยู่กับดิน จะเกิดอะไรขึ้นหากกระดูกเกิดชำรุดเสียหาย ผุกร่อน หักพัง ฟังดูแล้วน่ากลัวหากใครที่ต้องประสบกับ “กระดูกพรุน” สึกกร่อน ถ้าไม่อยากกระดูกพรุนต้องทำอย่างไรบ้าง และโรคนี้เป็นอย่างไร มาพบคำตอบกัน

โรคกระดูกพรุนคืออะไร ?

“อาการกระดูกพรุน” คือ ปัญหาที่เกิดจากกระดูกไม่อยู่ในสภาพที่สมบูรณ์แข็งแรงเหมือนเดิม เกิดจากสาเหตุหลัก 2 สาเหตุก็คือ เกิดจากมวลกระดูกลดต่ำ พูดง่าย ๆ ว่า ความหนาแน่นของมวลกระดูกที่เคยมีตามปกติลดลง กระดูกจึงมีช่องว่างเป็นรู อธิบายให้เห็นได้ชัดคล้ายกับฟันผุที่กร่อนเนื้อฟันเข้าไปเรื่อย ๆ ทำให้เนื้อฟันบางเปราะแตกง่าย กระดูกในร่างกายก็เช่นเดียวกัน และเกิดจากกระดูกเสื่อมคุณภาพ ซึ่งมักเกิดขึ้นด้วยวัยที่เพิ่มสูงขึ้น

คุณลักษณะสำคัญของกระดูก

การดูแลรักษาให้กระดูกแข็งแรงสมบูรณ์ ต้องเข้าใจก่อนว่า กระดูกนั้นมีคุณลักษณะอย่างไร

1. กระดูกเป็นเซลล์ที่มีชีวิต

เซลล์มีชีวิตหมายความว่า เซลล์นั้นจะไม่คงที่ มีผลิตเกิดขึ้นใหม่ และหมดอายุลงสลับเปลี่ยนไป ในช่วงอยู่ในครรภ์เป็นทารกและวัยเด็ก กระดูกจะถูกสร้างก่อตัวขึ้นอย่างสมบูรณ์ เมื่ออายุเยอะขึ้นการสร้างกระดูกจะสมบูรณ์หรือไม่ต่อไปขึ้นกับปัจจัยหลายอย่าง ดังนั้น คนที่เกิดมามีกระดูกแข็งแรง ถ้าดูแลรักษาไม่ดี เซลล์กระดูกที่สร้างขึ้นใหม่อาจจะไม่แข็งแรงดังเดิมก็เป็นได้

2. มีความเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา

เซลล์กระดูกเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลาทุกวัน ไม่ได้เปลี่ยนแปลงเฉพาะช่วงวัยที่เปลี่ยนไป ดังนั้น ข้อดีก็คือ หากเราปรับการดูแลเซลล์กระดูกได้ดีขึ้น ตามองค์ประกอบที่ควรเป็นกระดูกก็กลับมาแข็งแรงขึ้นได้ ขึ้นอยู่กับเราด้วย

3. เสื่อมลงจากวัยที่สูงขึ้น และฮอร์โมนที่ลดลง

สิ่งที่เราหลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่ชะลอได้และดูแลได้ก็คือ ความเสื่อมของกระดูกที่จะเพิ่มขึ้นตามวัยที่เพิ่มมากขึ้น แต่คนในวัยเดียวกันอายุเท่ากันก็จะมีความเสื่อมของกระดูกไม่เท่ากัน ถ้าดูแลดีก็จะเสื่อมช้า และมีกระดูกที่แข็งแรงกว่าวัยได้

ความเสี่ยงของโรคกระดูกพรุน

อัตราความเสี่ยงในการเกิดกระดูกพรุนนั้นแตกต่างกันในแต่ละคน ซึ่งขึ้นอยู่กับปัจจัยหลัก ๆ คือ

1. เพศ

จากการวิจัยทางการแพทย์ทั่วไปพบว่า “เพศหญิง” จะมีความเสี่ยงของกระดูกพรุนและมีอัตรากระดูกเสื่อมได้มากกว่าผู้ชาย

2. ไลฟ์สไตล์

การใช้ชีวิต และการรับประทานอาหารที่แตกต่างกัน สารอาหารที่ได้รับต่างกันทำให้เข้าไปบำรุงกระดูกต่างกัน การออกกำลังกาย การพักผ่อน การทำกิจกรรมในชีวิตต่างกัน ล้วนมีผลต่อกระดูกแตกต่างกันไป

3. น้ำหนักตัว

น้ำหนักตัวมากมีโอกาสเสี่ยงเกี่ยวกับกระดูกได้มาก เพราะกระดูก คือ โครงสร้างยึดโยงรับน้ำหนักของร่างกาย และมีข้อต่อประกอบให้กระดูกเชื่อมโยง และเคลื่อนไหว ถ้าน้ำหนักมาก กระดูกก็เสื่อมไวกว่า ยิ่งถ้ากระดูกพรุนด้วยแล้วโอกาสจะหัก แตกก็มากกว่า

4. ความเจ็บป่วย การใช้ยา

คนที่มีความเจ็บป่วยบางโรค เช่น ไทรอยด์ และการกินยาบางประเภทอาจส่งผลต่อกระดูกได้ด้วย

อันตรายจากโรคกระดูกพรุน

เมื่อมวลกระดูกลด และความแข็งแรงของกระดูกลดลง จะเสี่ยงกับกระดูกหัก อันตรายที่สำคัญ คือ เมื่อคนที่เป็นโรคนี้เกิดอุบัติเหตุ แม้เล็กน้อย เช่น ข้อเท้าพลิก แขนกระแทกวัตถุสิ่งของ หรือหกล้ม กระดูกอาจจะหัก เปราะแตก ซึ่งไม่ใช่หักเพียงแค่ 2 ท่อน แต่อาจจะแตกเป็นหลาย ๆ ชิ้น ชิ้นเล็กชิ้นน้อยด้วย ดังนั้น จึงเป็นสิ่งน่ากลัว และวิตกกังวลต่อการใช้ชีวิตต่อไป

ไม่อยากเป็นโรคกระดูกพรุน ต้องรู้สิ่งนี้

เข้าใจความเป็นไปของกระดูกก่อนจะสาย

กระดูกนั้นดังที่ได้กล่าวไปว่า จะมีการสร้างขึ้นเรื่อย ๆ และกร่อนทำลายไปพร้อม ๆ กันอย่างสม่ำเสมอ ในช่วงต้นของอายุคนเราไปจนราวอายุ 35 ปี การสร้างของเซลล์กระดูกจะมีอัตราส่วนมากกว่าการทำลาย หรือสลายลงของกระดูก กระดูกจะอยู่ในช่วงที่แข็งแรงขึ้นเรื่อย ๆ เป็นวัยที่ร่างกายสมบูรณ์พร้อมของชีวิต

หลังจากนั้น จนถึงอายุประมาณ 40 ต้น ๆ การสร้างเซลล์กระดูกและการสลายของเซลล์กระดูก จะอยู่ในช่วงความสมดุลกัน คือ สร้างและทำลายในอัตราพอ ๆ กัน มวลกระดูกจึงคงที่ จากนั้นเป็นต้นไปกระดูกจะสลายมากกว่าสร้าง กระดูกจึงบางลงเรื่อย ๆ คนแก่จึงมีภาวะกระดูกบางและเสื่อมลงเรื่อย ๆ นั่นเอง ตามหลักแล้วในระยะที่กระดูกเริ่มถดถอยระดับของกระดูกพรุนของแต่ละคนจะไม่เท่ากัน อยู่ที่การสะสมมวลกระดูกในช่วงอายุก่อน 30 ปีเป็นสำคัญ

อาการของโรคกระดูกพรุนเป็นอย่างไร

หากถามถึงอาการของโรคนี้ในระยะเริ่มแรก แทบจะหาอาการไม่พบ และไม่สามารถอธิบายได้เลย เนื่องจาก มักไม่มีอาการใด ๆ แสดงให้รู้ จะพบก็ต่อเมื่อเกิดเหตุให้กระดูกหักเสียก่อ แต่มวลกระดูกและสภาพของกระดูกนั้น หากอยากรู้ว่า สมบูรณ์หรือไม่ กระดูกมีความหนาแน่นหรือไม่ ต้องใช้การตรวจวัดค่าทางการแพทย์และให้แพทย์คำนวนความเสี่ยงให้

โดยแพทย์จะใช้เครื่องตรวจมวลกระดูกด้วยรังสี วิเคราะห์จากการเทียบค่าเฉลี่ยประชากรว่าเราอยู่ในระดับใดของค่าเฉลี่ย ถ้าอยู่ในขั้นต่ำกว่าระดับค่าเฉลี่ย ก็วินิจฉัยว่า น่าจะกระดูกพรุนแล้วนั่นเอง หากพบว่า เป็นโรคนี้แล้ว วิธีการรักษามีทั้งยาที่แพทย์สั่งอย่างสม่ำเสมอ หรือเลือกฉีดยารักษากระดูกพรุน ซึ่งขึ้นอยู่กับแพทย์ผู้รักษาจะวินิจฉัยและแนะนำให้

ทำอย่างไรให้กระดูกแข็งแรง

ป้องกันไว้ก่อนดีกว่ามาแก้ไข รักษาในภายหลัง เพราะตราบใดที่ยังไม่เป็นโรคนี้ก็ยังคงดูแลกระดูกให้เป็นปกติ เสริมสร้างมวลกระดูกให้แข็งแรงขึ้นได้ แต่ถ้าเกิดเป็นแล้ว การจะฟื้นฟูกลับมาเต็มที่ก็ยากกว่า วิธีดูแลรักษากระดูกให้แข็งแรง ได้แก่

1. สะสมมวลกระดูก

ด้วยการรับประทานอาหารประเภทที่ประกอบไปด้วยส่วนของแคลเซียมในปริมาณสูง เพราะแคลเซียมมีบทบาทสำคัญในการสร้างกระดูกทดแทนที่เสื่อมสลายไปในแต่ละวัน แคลเซียมช่วยเพิ่มความหนาแน่นของเด็กวัยเจริญเติบโต และช่วยบำรุงให้กระดูกของวัยผู้ใหญ่แข็งแรง การรับแคลเซียมที่ดี คือ วิธีการรับประทาน ไม่ว่าจะเป็นอาหารทั่วไปที่แคลเซียมสูงหรืออาหารเสริมแคลเซียมก็ได้ ร่างกายจะดูดซึมแคลเซียมไปใช้ได้ดี อาหารที่มีแคลเซียมสูงก็เช่น ชีส ผลิตภัณฑ์จากนม ปลาตัวเล็กตัวน้อย ธัญพืชชนิดต่าง ๆ และผักใบเขียว เป็นต้น

สำหรับผู้ใหญ่การกินอาหารอุดมแคลเซียมอาจทำได้ไม่สม่ำเสมอ และยังได้รับแคลเซียมไว้เพียงพอทดแทนที่เสื่อมสลายไป การกินอาหารเสริมแคลเซียมก็เป็นคำตอบที่ดี ซึ่งมีทั้งแบบ เม็ด แบบแคปซูล และแบบชง

2. รับประทานวิตามินดี

วิตามินดี เกี่ยวข้องกับแคลเซียมและมวลกระดูกโดยตรง เพราะวิตามินดี เป็นตัวช่วยทำหน้าที่ดูดซึมแคลเซียมเข้าสู่ร่างกาย หากร่างกายขาดวิตามินดี แคลเซียมที่รับประทานก็จะไปกองรวมกันและขับออกมาจากร่างกายในที่สุด เราจึงต้องกินวิตามินดีควบคู่กับการกินแคลเซียมเพื่อช่วยให้ร่างกาย มีความสามารถนำแคลเซียมดูดซึมไปใช้ได้ แหล่งวิตามินดีมาจากอาหารเช่น ไข่แดง ปลาทะเลน้ำลึก และการรับแสงแดดอ่อนในยามเช้าอย่างน้อยสักครั้งละ 15-20 นาที

3. ออกกำลังกายสม่ำเสมอ และดูแลน้ำหนักให้คงที่พอเหมาะ

การออกกำลังกายที่เหมาะสมตามวัย เช่น การเดินเร็ว การวิ่งเหยาะ การเต้นแอโรบิค จะช่วยทำให้กระดูกแข็งแรง และดูแลให้น้ำหนักตัวคงที่ในอัตราที่เหมาะสม ไม่อ้วนหรือผอมเกินไป

4. รับประทานคอลลาเจน

เพราะองค์ประกอบของกระดูกไม่ได้มีเฉพาะตัวเนื้อกระดูก มวลกระดูกเท่านั้น แต่ยังมีส่วนต่อเชื่อม คือ เส้นเอ็น ไขข้อ และน้ำหล่อเลี้ยงภายในไขข้อ เมื่อน้ำหล่อเลี้ยงในไขข้อลดลง เพราะขาดคลอลาเจนแล้ว กระดูกจะเสียดสีกันไม่มีของเหลวรองรับ กระดูกจะสึกกร่อน เจ็บ และกระดูกเสื่อมได้ คลอลาเจนจึงสำคัญมาก ยิ่งวัยสูงขึ้นการสร้างคอลลาเจนในร่างกายจะลดปริมาณลง ผิวเหี่ยวลง มีริ้วรอย และไขข้อเสื่อมลง ของเหลวในข้อต่อลดลงด้วย อาจหาอาหารเสริมคอลลาเจนมารับประทาน และเลือกรับประทานเมนูที่มีคอลลาเจนช่วยบำรุง

นอกจาก การดูแลร่างกายและกระดูกให้ห่างไกลโรคกระดูกพรุนดังที่ได้แนะนำไปแล้ว โรคนี้เกิดขึ้นได้จากพฤติกรรมที่เราคาดไม่ถึง เช่น การดื่มกาแฟเป็นประจำ ในกาแฟประกอบด้วยคาเฟอีนที่เข้าไปขัดขวางการดูดซึมของแคลเซียมในร่างกาย เช่นเดียวกับสารนิโคตินที่อยู่ในบุหรี่ ดังนั้น จึงควรเลิกและหลีกเลี่ยงของสองสิ่งนี้ หากไม่อยากกระดูกพรุน

ช่วยเสริมสร้างบำรุงข้อ และกระดูกให้มีความแข็งแรง ช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดโรคข้อเสื่อมก่อนวัยอันควร ช่วยป้องกันอาการเจ็บป่วยจากกระดูก ข้อต่อ ลดและบรรเทาอาการปวดข้อ นอกจากนี้ยังมีสรรพคุณช่วยดูแลสุขภาพผิวพรรณ

และเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ในการบำรุงกระดูก เสริมความแข็งแรงให้กับกล้ามเนื้อ ขอแนะนำ “น้ำมันรำ ข้าวกอมฟลีนา” และ  “คอลลาเซซามี่” ผลิตภัณฑ์อาหารเสริมที่มีส่วนผสมของสารสกัดจากธรรมชาติ ซึ่งการรับประทานทั้งสองสิ่งนี้จะช่วยให้ท่านได้รับสารอาหารที่สำคัญอย่าง คอลลาเจน แคลเซียม และวิตามิน เข้าไปบำรุง ฟื้นฟู ให้กับกระดูกได้อย่างยอดเยี่ยม

Shopping cart